แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - ทีมงาน บอร์ดเม้าท์แตก

หน้า: [1] 2 3 ... 49
1
Sex / 10 Incredible Sex basics
« เมื่อ: มิถุนายน 04, 2011, 09:55:16 AM »
พียงแค่ปรับเปลี่ยนพื้นฐานของเรื่องง่ายๆ บางอย่าง เซ็กซ์ของคุณก็จะยิ่งซู่ซ่ามากขึ้น

    1. เวลารุกล้ำ อย่าให้เขาเข้าลึกจนเกินไป มันจะทำให้เซ็กซ์สำหรับคุณดีขึ้น ผู้เชี่ยวชาญพบว่าส่วนหนึ่งสามของช่องคลอดที่อยู่ด้านนอก เป็นส่วนที่ไวต่อความรู้สึกที่สุด ฉะนั้น การรุกล้ำแบบลึกๆ จึงไม่ถือว่าจำเป็นนัก และมันยังให้ความรู้สึกที่ดีแก่เขาดว้ยเช่นกัน เพราะส่วนปลายของเจ้าหนูซึ่งไวต่อความรู้สึกอย่างมากของเขาก็จะได้รับการกระตุ้นมากกว่าเช่นกัน

    2. ทำให้ชีวิตเซ็กซ์ซู่ซ่าขึ้น ด้วยการแอบไปทำเรื่องอย่างว่ากันในห้องเก็บของ--พูดจริงๆ เลยนะ เพราะความแปลกใหม่คือยาปลุกเซ็กซ์ชั้นดี และสถานที่อันไม่คุ้นเคยก็จะให้ความรู้สึกแปลกใหม่ ที่ทำให้เซ็กซ์กลายเป็นของใหม่ไปด้วย จึงเพิ่มความตื่นเต้นได้อย่างมาก

    3. ลองเปลี่ยนฉากรักเข้าไปในห้องซักรีด และให้เขานั่งลงบนเครื่องซักผ้าที่กำลังเดินเครื่องอยู่ (คุณนั่งลงบนตักเขา และเอาขาไขว้รอบเอวเขาไว้) แรงสั่นสะเทือนจากเครื่องที่ส่งผ่านเข้าไปผ่านทางเจ้าหนูของเขา จะกลายเป็นไวเบรเตอร์ชั้นยอด เลือกโปรแกรมซักผ้าคอตตอนซึ่งใช้น้ำอุ่น เพื่อที่ก้นเขาจะได้ไม่รู้สึกเย็น นอกจากนี้มันยังมีโปรแรกมการปั่นหมาดนานที่สุดด้วย

    4. การเอาหมอนรองใต้ก้น ทำให้เชิงกรานเอียงทำมุมราว 26 องศา เป็นการสร้างโอกาสในการออกัสซั่มได้สูงสุด เพราะมันทำให้มีการสัมผัสกันอย่างเต็มที่ ระหว่างร่างกายของเขากับคลิตอริสของคุณ

    5. สีสันสามารถสร้างอารมณ์เซ็กซ์ได้ โดยสีแดง น้ำเงินเข้ม และม่วงเข้ม เป็นสามสีที่ถือว่าอีโรติกที่สุด ส่วนที่ที่เร้าใจน้อยที่สุดน่ะหรือ? ก็สีเทาไงล่ะ
6. การมีเซ็กซ์ในอ่างน้ำสนุกเร้าใจแต่ก็อาจยากสักหน่อย ลองวิธีนี้ดู เริ่มด้วยการไขน้ำลงในอ่างครึ่งหนึ่ง จากนั้นเทบาธเจลลงบนร่างกายของกันและกัน แล้วให้เขานอนหงายลงในอ่าง ส่วนคุณก็ขึ้นไปนอนทับบนตัวเขา แต่แทนที่จะรุกล้ำภายในกัน เปลี่ยนมาถูไถร่างกายไปมาบนเรือนร่างของเขา จนกระทั่งไคลแม็กซ์

    7. อย่าใช้ไวเบรเตอร์คนเดียว ลองเอามันมาเป็นส่วนหนึ่งในการมีเซ็กซ์กับเขา เพราะมีผู้หญิงเพียง 25% เท่านั้น ที่ไคลแม็กซ์ได้ด้วยการรุกล้ำภายในกัน ฉะนั้น ใช้ของเล่นเซ็กซ์ชิ้นโปรดนี้กับคุณไปด้วย ในขณะที่เขากำลังรุกล้ำคุณ

    8. ให้เขาพูดกับคุณในขณะที่เขาให้ความสุขคุณด้วยปากของเขา แรงสั่นสะเทือนจากเสียงของเขาจะเพิ่มความวาบหวามที่อาจทำให้คุณเสร็จสมได้เร็วยิ่งขึ้น

    9. ให้ชายหนุ่มของคุณกินอาหารอย่างซินนามอน เปปเปอร์มินต์ และมะนาว ถ้าคุณวางแผนจะให้ความสุขแก่เขาด้วยปาก เพราะมันจะทำให้รสชาติของเขาดีขึ้นกว่าเดิม และให้เขาอยู่ให้ห่างกระเทียม หัวหอม แกงต่างๆ และแอสพารากัส อาหารเหล่านี้จะทำให้น้ำกามของเขามีรสชาติไม่น่าพิสมัยเลย

    10. จูงใจเขาให้อยากซื้อเครื่องประดับอัญมณีให้คุณมากขึ้น ด้วยการปรนเปรอเขาด้วยไข่มุก ทาสารหล่อลื่นลงไปเยอะๆ จากนั้น ก็เอาสร้อยไข่มุกพันรอบๆ เข้าหนูของเขา ค่อยๆ รูดมันขึ้นลงไปมา มันจะเพิ่มระดับของการกระตุ้นที่แตกต่างออกไปที่เขาจะไม่มีวันลืมเลือก

2
Sex / คุณเชื่อเรื่อง sex แบบผิดๆแบบนี้อยู่ไหม ?
« เมื่อ: มิถุนายน 04, 2011, 09:54:13 AM »
ผู้ชายต้องการเป็นนักรักที่เก่งกล้า แต่ไม่ใช่ทุกคนที่เป็นได้ และคิดไปเองว่าเป็น ทั้งที่กำลังฝังหัวอยู่ด้วยความเชื่อผิดๆ

    ผู้ชายเชื่อว่ายิ่งอึดเท่าไหร่ ผู้หญิงยิ่งชอบ
         ผู้ชายที่มีความเชื่ออย่างนี้จะพยายามที่จะทำให้ตนเองสามารถเคลื่อนไหว กระแทกกระทั้นเข้ากับร่างของคู่นอนให้ยาวนานนับชั่วโมงและยังเชื่อว่าตนเองต้องอดทนอั้นความรู้สึกถึงการเสียวสุดยอดไว้อย่างเต็มที่เพื่อให้เธอ "ถึง" ก่อน ขอให้รู้ด้วยว่าผู้หญิงปกติไม่ได้ต้องการแชมป์ แต่ต้องการชีวิตชีวาในขณะร่วมเพศ ต้องการการพักรบบ้าง หากการร่วมรักครั้งนั้นๆ เร่าร้อนรุนแรงมาก แม้ว่าการอึดของผู้ชายบางครั้งเป็นของแถมที่ผู้หญิงจะชอบก็จริง แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้หญิงอาจจะไม่ "ถึง" ได้ หากผู้ชายล่วงหน้าไปก่อน เพราะเขาอาจจะช่วยเธอให้ถึงได้ในเวลาต่อมาเช่นกัน

    ผู้ชายเชื่อว่าผู้หญิงปรารถนาความใหญ่อลังการ
         เรื่องอย่างนี้เป็นเรื่องลางเนื้อชอบลางยา เรื่องของเรื่องก็คือต้องการความฟิต เพราะขนาดของช่องคลอดผู้หญิงไม่เท่ากัน ความจริงมีอยู่ว่าขนาดธรรมดาที่ให้ความกระชับสบายต่างหากที่ผู้หญิงต้องการ บางครั้งความใหญ่เกินที่ฝ่ายหญิงจะรองรับก็อาจทำให้เกิดอาการบาดเจ็บระหว่างกลางทางรักได้

    ผู้ชายเชื่อว่าอารมณ์ทางเพศสามารถปลุกความเป็นชายให้แข็งแกร่งได้ตามใจนึก
         ผู้หญิงหลายคนกะเกณฑ์ให้ผู้ชายตอบสนองทันทีที่เขาเห็นเธอ นั่นเป็นเรื่องความภาคภูมิใจส่วนตัวของผู้หญิง หาใช่ผู้ชายไม่ แท้ที่จริงเธออยากยืนยันว่าเธอมีเสน่ห์เหลือเฟือจนผู้ชายทนไม่ได้ อัตราปกติผู้ชายทั่วไปต้องการระยะเวลาบ้างในการให้อวัยวะเพศแข็งตัวหลังการกรำศึกรักไปแล้ว ไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่คุณจะรีบเร่ง เพื่อสุขภาพร่างกายควรปล่อยให้พร้อมโดยธรรมชาติดีกว่า

    ผู้ชายเชื่อว่าผู้หญิงพร้อมเสมอที่จะโดดขึ้นเตียง
         ในหนังโป๊ทั่วๆ ไป แค่มีหนุ่มหล่อมาโผล่ในฉากก็พอที่จะทำให้ผู้หญิงร้อนฉ่าจนบิกินีหลุด และนี่ไม่ใช่ผู้หญิงตัวจริง สาวที่มารับบทในหนังเอ็กซ์ย่อมต้องแสดงว่าเธอเป็นสาวไฟแรงสูงที่พร้อมจะช็อตทุกอย่างที่ขวางหน้า โดยไม่ต้องมีแม้แต่การโลมเล้า "ฉากเซ็กซ์แบบนี้ทำให้ผู้ชายเข้าใจผิดคิดว่าผู้หญิงไม่ต้องการจูบหรือสัมผัสเพื่อจุดไฟรัก แต่ในความเป็นจริงแล้วผู้หญิงส่วนใหญ่ต้องการสิ่งนี้ และผู้หญิงเองก็ไม่พร้อมรองรับอารมณ์ชายได้อย่างตลอดเวลา

    ผู้ชายเชื่อว่าเซ็กซ์ที่มากกว่าสองคนจะมีความสุขมากกว่า
         แทบจะไม่ต้องสงสัยเลยว่าในความคิดของผู้ชาย ถ้าผู้หญิงหนึ่งคนให้ความสุขเขาบนเตียง ผู้หญิงสองคนย่อมจะพาเขาไปถึงสวรรค์ ปัญหาก็คือหลังจากดูหนังพวกนี้มากๆ หนุ่มของคุณก็เริ่มจะสงสัยว่าคุณอยากจะลองเล่นบทรักกับผู้หญิงด้วยกันหรือเปล่า

    ผู้ชาย เชื่อว่าความรุนแรงนำไปสู่เซ็กซ์ที่สุขสม
         การมีเพศสัมพันธ์ที่รวดเร็วและรุนแรง ไม่ได้ส่งผลให้ผู้หญิงมีความสุขจากการมีเซ็กซ์มากขึ้น แต่จะเป็นการสะสมความรุนแรงให้ค่อยๆ ฝังลงไปภายในจิตใจ ดังนั้นควรเปลี่ยนความเชื่อเสียใหม่ ใช้ความเข้าใจช่วยประคับประคองความรักดีกว่า

    ผู้ชายเชื่อว่าผู้หญิงต้องการมีเซ็กซ์หลายครั้งต่อเนื่อง
          มันอาจจะเป็นการคิดเข้าข้างตัวเองเกินไป จริงๆ แล้วมันขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและความต้องการของแต่ละฝ่าย โดยส่วนใหญ่แล้วแค่ 2 ครั้งติดต่อกันก็ทำให้ผู้หญิงเราอิ่มรักได้ ถ้าเขาสามารถนำพาเราสู่สวรรค์ที่สุดยอดและแท้จริงได้ ไม่จำเป็นต้องหลายครั้งแต่เป็นความสุขที่ไม่ได้คุณภาพ

3
Sex / 8 ไม้เด็ดของพ่อเจ้าประคุณ
« เมื่อ: มิถุนายน 04, 2011, 09:53:31 AM »
8 ท่าไม้เด็ด ของคุณผู้ชายที่คุณสาว ๆ ควรรู้ไว้เพื่อรับมือ ส่วนคุณผู้ชายก็จะได้ทราบค่ะว่า ท่าไม้เด็ดของคุณนั้น มีข้อดีข้อเสียอย่างไร เพื่อใช้ให้ถูกกาลเทศะและเพื่อให้สมานฉันท์

         เพราะชีวิตคู่ก็เหมือนลิ้นกับฟัน ที่คู่สามีภรรยาย่อมต้องมีเรื่องกระทบกระทั่งกันเป็นธรรมดา และบนสังเวียนของการโต้เถียง ฝ่ายคุณผู้หญิงย่อมได้เปรียบ เพราะเป็นเพศที่มีความถนัดทางการใช้วาจาเป็นอาวุธ แต่ใช่ว่าคุณผู้ชายจะหมดทางสู้...เขาก็มีอาวุธลับ แม่ไม้ต่าง ๆ นานา มาโรมรันคุณได้เหมือนกัน

    แม่ไม้ที่ 1  ทำหูทวนลม

        เชื่อว่าพวกเราชาวดาวศุกร์คงเจอไม้นี้บ่อย ๆ เมื่อเราเอ่ยปากเรื่องความสัมพันธ์ที่กำลังทำท่าจะเป็นปัญหา เช่น "ชั้นว่ามีบางอย่างที่เราควรปรับปรุงให้ดีขึ้นนะ" สำหรับพวกดาวอังคารแล้ว คำพูดแบบนี้เท่ากับตอกย้ำให้เขารู้สึกว่าตัวเองมีข้อบกพร่อง และเหมือนการบอกเป็นนัย ๆ ว่าเราอยากจะหลุดพ้นวิถีชีวิตที่ทำให้เกิดความรู้สึกแย่ ๆ อย่างนี้เต็มทน

        หรือถ้าเราเง้างอดว่า "อะไรกัน? คุณให้ฉันทำไข่เจียวแค่เนี้ยเหรอ? นี่คุณกำลังหาว่าชั้นขี้เกียจ รึว่าทำอะไรไม่เป็นรึไง นี่รู้ไหม ฉันน่ะมีความสุขที่ได้ทำอาหารให้คุณทานนะ แต่ที่สำคัญฉันงงมากที่คุณดูไม่มีความสุขเอาเสียเลย คุณทำท่าเหมือนว่าอยากเลิกกับชั้นยังงั้นแหละ....” ไม่ว่าเราจะพยายามระบายความอัดอั้นตันใจแ ละต้องการให้เขาหันมาปรับความเข้าใจเพียงไร เขาก็ทำเหมือนกับว่าเราบ่นไปงั้น ๆ แล้วทำเป็นหูทวนลมเสีย

    แม่ไม้ที่ 2  ทำเป็นฉุน

        นี่คือกลยุทธ์ของผู้ชายที่ใช้มาตั้งแต่ยุคไดโนเสาร์ เวลาเข้าตาจนถูกคุณภรรยาซักไซร้ไล่เรียง เขามักจะชิงทำท่าโกรธเกรี้ยวขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน เป็นการปกป้องตัวเอง มิให้ฝ่ายหญิงตั้งรับทัน และเป็นการตัดบทปิดประเด็นที่เป็นความกันอยู่

    แม่ไม้ที่ 3  คิดเอาเอง

        "เฮ้อ! เหนื่อยเหลือเกิน" แค่คำพูดลอย ๆ ที่เราบ่นกับตัวเอง เพราะเหนื่อยจากการงานหรือจากการดูแลลูกเต้า ฝ่ายเขาพานเข้าใจไปเองว่าเราพูดกระทบ เขารู้สึกเกลียดเข้าไส้ แทนที่จะหันมาใส่ใจไถ่ถามด้วยความห่วงใย หรือรีบเข้ามาช่วยทำงาน กลับมาโกรธเราแล้วงอนตุ๊บป่องไปเลย

    แม่ไม้ที่ 4  เบี่ยงเบนประเด็น

        เมื่อเจอเรื่องที่รู้ตัวว่าไม่มีทางโต้แย้งได้แน่ ๆ คุณสามีก็มักจะมีแทคติกง่าย ๆ ในการตั้งรับสายตาจ้องจับผิดของภรรยา อย่างเช่น เมื่อถูกภรรยาต่อว่า "เมื่อคืนคุณดื่มไวน์มากไปหน่อยนะ แถมซดเบียร์อีก 3 ขวด" เขารู้ว่ายากจะปฏิเสธ (เพราะหลักฐานปรากฏอยู่ทนโท่) จึงทำเป็นรีบยอมรับผิด และออกปากว่าจะไม่ประพฤติเช่นนั้นอีก แล้วหาเรื่องมาพูดกลบเกลื่อนบรรยากาศคุกรุ่น หรือเฉไฉไปเรื่องอื่น เช่น นี่ถ้าเป็นลุงผมนะ คุณไม่มีทางจับได้หรอก แฮะ ๆ

    แม่ไม้ที่ 5  ขอโทษไปงั้น ๆ

        การกล่าวคำ "ขอโทษ" หรือ "เสียใจ" ทำนองว่า "ผมขอโทษละกัน...ถ้าคุณเห็นว่าผมผิด" พ่อเจ้าประคุณอาจไม่ได้เอ่ยออกมาจากใจจริง แต่เป็นการตบตาเพื่อยุติเรื่องราวชวนสยอง (ที่อาจจะเกิดขึ้นจากน้ำมือภรรยา) หรือไม่ก็เป็นคำพูดประเภทว่า "เอาละ ผมยอมรับว่าคุณเป็นฝ่ายถูก ส่วนผมมันเป็นคนที่เฮงซวยที่สุดในโลก" (เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สุดเย้ยหยันประชดประชัน)

    แม่ไม้ที่ 6  ทำเป็นบูดบึ้ง
   
        แทนที่จะจับเข่าพูดคุยกันให้รู้เรื่องรู้ราว ว่ามีเรื่องใดไม่สบอารมณ์ คุณผู้ชายกลับชักสีหน้าบูดบึ้งขมึงทึงสัก 2-3 วัน เพื่อให้เรารู้สึกว่า "ผมเริ่มไม่สบอารมณ์" หรือ "ชักจะทนคุณไม่ไหวแล้วนะ" และถ้าเรายังเฉยอยู่ เขาก็จะงึมงำว่า "ผมว่าเราแยกกันอยู่สักพักจะดีกว่า"

    แม่ไม้ที่ 7  ทำเป็นอมทุกข์

        ถ้าการชักสีหน้ายังไม่บรรลุผล พ่อตัวดีของเราอาจแสร้งทำตัวอมทุกข์อย่างสาหัสใ ห้คุณสงสารจนต้องเป็นฝ่าย เข้าไปเอาใจ เช่น ก้มหน้าก้มตาทำงานเยี่ยงทาส ถึงเวลากินก็ไม่กิน หอบหมอนไปนอนตากยุงนอกห้อง เป็นต้น

    แม่ไม้ที่ 8  หันหลังให้แล้วเดินจากไป

        ด้วยวิธีที่ผ่านมาทั้งหมด ถ้าผู้ชายยังไม่สามารถเอาตัวรอด หรือเอาชนะผู้หญิงได้ เขาอาจใช้ไม้ตายนี้ เพราะรู้ดีว่าทักษะในการโต้ตอบด้วยวาจาไม่เก่งกาจเท่าผู้หญิง เขาคิดว่า "พูดไปก็เท่านั้น ยังไงซะคุณก็เป็นฝ่ายชนะเสมอ ไม่ใช่เพราะว่าคุณเป็นฝ่ายถูกหรอกนะ แต่ผมรู้ว่าผมเถียงสู้คุณไม่ได้" ที่สุดเลยใช้วิธีหันหลังให้แล้วเดินจากไป ปล่อยให้เราอึ้ง ทึ่ง โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงอยู่คนเดียว

       ... ไม่ว่าจะมาไม้ไหน ผู้ชายร้อยทั้งร้อยย่อมม้วยมรณาด้วยคำพูดหวานหูด้วยกันทุกราย จำไว้นะพวกเรา




4
Sex / เพศสัมพันธ์ปลอดภัย..ในผู้ป่วยโรคหัวใจ
« เมื่อ: มิถุนายน 04, 2011, 09:52:56 AM »
  ผู้ป่วยที่ทำการขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูน หรือผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดหัวใจแล้ว 2 สัปดาห์ ถ้าสภาพร่างกายทั่วไปปกติดี และผู้ป่วยสามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ สามารถเดินขึ้นบันได 2 ชั้น หรือเดินได้ 1 กิโลเมตรใน 10 นาที สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้อย่างปลอดภัย

        การทำให้หัวใจไม่ทำงานมากเกินไป ขณะมีเพศสัมพันธ์ ควรปฏิบัติดังนี้

          มีเพศสัมพันธ์กับคู่ครองคนเดิม เพราะเมื่อเปลี่ยนผู้ร่สมมีเพศสัมพันธ์พบว่าการเต้นของหัวใจ ค่าความดันโลหิตจะเพิ่มขึ้น รวมทั้งพบว่าอัตราการตายที่เกิดขึ้นขณะมีเพศสัมพันธ์ ส่วนใหญ่เกิดในกรณีที่ไม่ได้มีเพศสัมพันธ์กับคู่เดิม

          ท่าที่ใช้ในการมีเพศสัมพันธ์ ควรเริ่มต้นแบบค่อยเป็นค่อยไป มีการเล้าโลมก่อนทุกครั้ง ไม่ควรเป็นท่าทางที่ผาด การใช้ปากไม่เป็นอันตรายต่อผู้ป่วย ควรหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก

          เวลาที่ดีที่สุดของการมีเพศสัมพันธ์ ได้แก่ ช่วงเช้าหลังตื่นนอน หรือช่วงบ่ายหลังจากที่ได้นอนพักสักครู่

        สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

          การมีเพศสัมพันธ์ทันทีหลังรับประทานมื้อหนัก
          มีภาวะเครียดทางร่างกาย หรือจิตใจ หรือมึนเมาจากการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
          อากาศร้อนและหนาวเกิน

        อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น

             อาการผิดปกติที่เกิดขึ้นขณะมีเพศสัมพันธ์ ควรปรึกษาแพทย์ เพราะอาจสามารถใช้ยาเพื่อป้องกัน หรือรักษาอาการที่เกิดขึ้นได้ คือ การที่หัวใจเต้นแรงและเร็วผิดปกติที่คงอยู่หลังมีเพศสัมพันธ์แล้ว 10 – 15 นาที อาการเวียนศีรษะ มึนงง หรือเหนื่อยผิดปกติ จังหวะการเต้นของหัวใจผิดปกติ หรือมีอาการเจ็บหน้าอก

             การออกกำลังกาย เพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพของร่างกายให้ดีขึ้น จะสามารถมีเพศสัมพันธ์ดีขึ้นและบ่อยขึ้น รวมทั้งอาการผิดปกติที่เคยเกิดขึ้น ระหว่างมีเพศสัมพันธ์ก็จะลดลง

        บทบาทของคู่ครอง

               สิ่งสำคัญอย่างยิ่ง คือการทำความเข้าใจระหว่างตัวผู้ป่วย และคู่ครอง ไม่ใช่ผู้ป่วยเท่านั้นที่มีปัญหาซึมเศร้า วิตกกังวล แต่คู่ครองมักมีปัญหาด้วยเช่นกัน คู่ครองของผู้ป่วยควรใช้หลักสายกลางในการปฏิบัติกับผู้ป่วย ไม่ควรปกป้องผู้ป่วยมากเกินไป ช่วยเหลือทุกอย่าง หรือละเลยไม่ใสใจ การกลับไปมีเพศสัมพันธ์กันใหม่จะเป็นไปได้ดียิ่งขึ้น อย่างเข้าใจ พอใจในความต้องการของกันและกัน

5
Sex / 6 จุดหวาม สร้างเซ็กซ์ซู่ซ่า
« เมื่อ: มิถุนายน 04, 2011, 09:52:05 AM »
ลองสัมผัสเนื้อตัวในบริเวณที่ไม่ปกติธรรมดา ทั้งของคุณและของเขาต่อไป นี้ดูแล้วคุณจะพบว่ามันสร้างความวาบหวามให้ได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ

         เมื่อคุณและชายหนุ่มของคุณเกิดอาการซู่ซ่า มันเป็นเรื่องเข้าใจได้ที่จะยื่นมืออกมาไขว่คว้าหาส่วนของร่างกายที่คุ้นเคย เพื่อปลุกเร้าอารมณ์ของกันและกัน แต่สรีระในส่วนที่คุ้นเคยกันดีเหล่านั้น ไม่ได้เป็นเพียงบริเวณเดียวที่สามารถสร้างความเร่าร้อนให้แก่คุณได้ เพราะยังมีพื้นที่ของร่างกายอีกหลายส่วนที่คนไม่ค่อยรู้จัก แต่สามารถสร้างความสุขสมให้ได้ไม่แพ้กันเลยทีเดียว

    สำหรับคุณ : ก้นกบ

        ทำไม กระดูกชิ้นเล็กของกระดูกสันหลังที่อยู่บริเวณก้นของคุณ มีปลายประสาทที่พุ่งตรงไปสู่อวัยวะเพศ มาร์ก ไมเคิลส์ และ แพทริเซีย จอห์นสัน ผู้เขียนหนังสือเรื่อง Essence of Tantric Sexuality บอกเช่นนั้น และในงานศึกษาวิจัยชิ้นหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้พบว่า การใช้ไฟฟ้ากระตุ้นเส้นประสาทนี้จะกระตุ้นการออกัสซั่มได้ถึง 91 เปอร์เซ็นต์ในผู้หญิง

        ลองดู นอนคว่ำแล้วให้คู่ของคุณกดบริเวณกระดูกก้นกบด้วฝ่ามือของเขา หรือนวดโดยการใช้สันมือสับเบาๆ ที่บริเวณนี้ มันจะกระตุ้นปลายประสาทในบริเวณนี้ และทำให้เกิดความร้อนที่บริเวณอวัยวะเพศ

            สำหรับเขา : หัวนม

                  ทำไม หัวนมของคุณอาจรับความใส่ใจอย่างมาก แต่ของผู้ชายก็สามารถเป็นจุดที่สร้างความเร่าร้อนได้มากที่สุดเช่นกัน เพราะมันมีปลายประสาทมากมายเช่นเดียวกับของคุณ

                 ลองดู เริ่มด้วยการใช้ปลายนิ้วลูบไล้เบาๆ ที่บริเวณนี้ ถ้าได้การตอบรับที่ดี ก็เพิ่มความแรงขึ้นอีกหน่อยด้วยการหยิก หรือขบเบาๆ

    สำหรับคุณ : นิ้วหัวแม่เท้า

        ทำไม เคยสังเกตหรือเปล่านิ้วเท้าของคุณจะบิดเกร็งเวลาที่คุณถึงจุดสุดยอด นั่นเพราะมันมีเส้นประสาทที่เชื่อมกันโดยตรงระหว่างพื้นที่ส่วนตัวของคุณกับ นิ้วเท้า--โดยเฉพาะนิ้วหัวแม่เท้า ที่มากไปกว่านั้นก็คือ คุณสามารถใช้ปฏิกิริยานี้ในแบบย้อนกลับทิศทาง นั่นก็คือการกระตุ้นหัวแม่เท้าสามารถกระตุ้นให้เกิดการออกัสซั่มได้จริงๆ ในผู้หญิงบางคน

        ลองดู ชายหนุ่มของคุณอาจใช้ริมฝีปากกับนิ้วหัวแม่เท้า หรือเขาอาจใช้นิ้วหยิกเบาๆ ที่ด้านข้างของนิ้วหัวแม่เท้า และใช้นิ้วคลึงมันเล่นก็ได้ วิธีนี้จะกระตุ้นเส้นทางประสาทที่เชื่อมโยงกับอวัยวะเพศของคุณ

            สำหรับเขา : ฝ่าเท้า

                 ทำไม ผู้หญิงไม่ใช่ฝ่ายเดียวที่มีเส้นประสาทแห่งความสุขสะสมอยู่ที่เท้า ผู้ชายก็เหมือนกัน ตามคำบอกของไมเคิลส์และจอห์นสัน ฝ่าเท้าถือเป็นจุดอ่อนของผู้ชายเลยทีเดียว

                ลองดู ใช้การกดจุดที่ด้านล่างของฝ่าเท้า ห่างจากนิ้วเท้านิ้วที่สามลงมาหนึ่งในสามของฝ่าเท้า ผู้เชี่ยวชาญด้านการกดจุดบอกว่า นี่เป็นจุดที่ถ้ากดและค้างไว้สักสองสามวินาที จะทำให้เกิดพลังงานผุดขึ้นมาจากขาไปยังอวัยวะเพศ หรือลองใช้ปลายนิ้วลูบไล้ฝ่าเท้าเขาอย่างแผ่วเบาดูก็ได้

    สำหรับคุณ : สะดือ

        ทำไม สะดือและคลิตอริสของคุณมีความเหมือนกันมากกว่าที่คุณคิด ขณะที่อยู่ในมดลูก ทั้งสองบริเวณนี้เติบโตขึ้นมาจากเนื้อเยื่อเดียวกัน จึงมีเส้นทางประสาทที่เชื่อมโยงกันเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ที่จริงแล้ว ถ้าคุณเอานิ้วแหย่ลงไปในสะดือ คุณอาจรู้สึกอะไรบางอย่างได้ที่อวัยวะเพศของคุณ

        ลองดู หวานใจของคุณอาจใช้ลิ้นหรือนิ้วมือเพื่อสำรวจพื้นที่บริเวรณนี้ ถ้ามันเสียวซ่านเกินไป ลองขอให้เขาเปลี่ยนมาสัมผัสที่ด้านใต้ของสะดือลงมาสักสองหรือสามนิ้ว ซึ่งก็จะเป็นจุดกดที่เชื่อมโยงกับความสุขทางเพศเช่นกัน

    สำหรับเขาและคุณ : จมูก

        ทำไม นอกเหนือจากริมฝีปากแล้ว จมูกของคุณก็มีปลายประสาทไม่น้อยไปกว่าส่วนอื่นๆ บนใบหน้า นอกจากนี้ เส้นทางหายใจของคุณยังมีเนื้อเยื่อที่ยืดหดได้ซึ่งจะขยายตัวออกเวลาที่เกิด อารมณ์ทางเพศ ซึ่งเพิ่มการไหลเวียนโลหิตและความเสียวซ่านให้มากขึ้น การกระตุ้นบริเวณนี้จึงสามารถนำไปสู่ความสุขสมได้มากกว่าที่คุณคิด

        ลองดู กัดปลายจมูกของกันและกันเบาๆ เพราะประสาทบริเวณนี้จะตอบสนองดีเป็นพิเศษกับการกระตุ้นที่แรงๆ หน่อยแบบนี้ หรือไม่ก็ถูจมูกกันแบบเอสกิโม คุณเข้าใจแล้วใช่มั้ยล่ะว่า ทำไมพวกเอสกิโมถึงจูบกันแบบนี้


6
Sex / กฎทอง 12 ข้อ ของการใช้ปากในเชิง SEX
« เมื่อ: มิถุนายน 04, 2011, 09:49:11 AM »
กฎทอง 12 ข้อ ของการใช้ปากในเชิง SEX ( จุมพิตและORAL)

      1. ทำความสะอาดภายในช่องปากให้สะอาดและมีกลิ่นหอมก่อนปฏิบัติการ ทุกครั้ง ที่สำคัญ คือควรใช้น้ำยาบ้วนปากจะดีกว่าการแปรงฟัน เพราะการแปรงฟันอาจจะทำให้เกิดแผลภาย ในช่องปาก ซึ่งเป็นช่อง ทางของการติดเชื่อได้

     2. ก่อนปฏิบัติการไม่ควรทานอาหารที่มีกลิ่น หรือรสจัด เพราะแม้จะ ทำความสะอาดช่องปากแล้ว แต่กลิ่นอาจจะ ออกมาจากระบบทางเดิน อาหารได้

     3. โกนหนวดให้เรียบเกลี้ยง หรือไม่ก็ปล่อยให้ยาวไปเลย เพราะ หนวดหรือเคราที่เพิ่งจะงอกใหม่ๆ เป็นตอสั้นๆ จะทิ่มแทงเนื้ออ่อนๆ ฝ่ายตรงข้ามให้เจ็บปวดได้

     4. หากมีอาการฟันผุ หรือโรคเกี่ยวกับเหงือกและฟันควรรักษาให้หาย เพราะอาการของโรคในช่องปาก นอกจาก จะให้กลิ่นและ รสที่น่ารังเกียจแล้ว ยังเป็นการแพร่และรับเชื้อได้อย่างดีอีกด้วย

     5. เม้มปากแรงๆ สัก 3-5 ครั้ง ก่อนปฏิบัติการ เพื่อเป็นการกระตุ้น ประสาทและกล้ามเนื่อบริเวณที่เกี่ยวข้อง

     6. อย่าปล่อยให้ริมผีปากแห้งผาก ควรเลียริมผีปาก 1-2 ครั้ง ก่อน ปฏิบัติการ เพื่อให้ริมฝีปากนิ่มและชุ่มชื่น

     7. ฝึกการห่อลิ้นในรูปแบบต่างๆ ให้คล่อง เช่น การแผ่ลิ้นแล้วคว้าน หรือการเกร็งลิ้นเป็นแท่งกลมและฉก อย่าลืม ว่าปากและลิ้นทำงาน ได้หลายรูปแบบทั้ง ดูด-เล็ม-เม้ม-ขย้ำ-ขบ-กัด-เลีย-ขยี้ ฯลฯ

     8. ที่ห้ามเด็ดขาด คือ การ “ เป่า” ลมขาออกจากปอด (คาร์บอนไดอ๊อกไซด์) เข้าไปในร่างกายของฝ่ายตรงข้าม

     9. ตรวจฟันปลอมให้แน่นหนา ก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุอันไม่พึงปรารถนา ถ้าจำเป็นควรถอดฟันปลอมออกเก็บ ก่อน ปฏิบัติการทุกครั้ง

     10. อย่าอมอะไรไว้ในปาก บางคนชอบอมลูกอมรสชาติต่างๆ หรือ ลูกอมเม็นทอลไว้ในปาก นัยว่าเพื่อเพิ่มรส ชาติซาบซ่า...มันไม่คุ้ม กับอุบัติเหตุลูกอมติดคอตายหรอก

     11. เตรียมผ้าเช็คหน้า หรือกระดาษหอมไว้ใกล้มือ เพื่อใช้ในกรณี “ น้ำจิ้ม” หก หรือ “ น้ำแกง” มีมากเกินไป

     12. อย่าลืมว่าปากมีไว้ “ ส่งเสียง” ได้ด้วย ฉะนั้นอย่าลืมออกเสียงทำงาน “ อื้มๆ – อ้ำๆ” เพื่อสร้างความรู้สึกดีให้ แก่ฝ่ายตรงข้าม

    กฎทอง 12 ข้อของการใช้มือในเชิง SEX

     1. ทำความสะอาดมือและเล็บให้สะอาด คงไม่มีสาวคนไหนพิศวาสหนุ่มมือสกปรกเล็บดำปี๋

     2. ตัดเล็บให้สั้นๆ และตะไบเล็บอย่าให้คม การไว้เล็บยาวอาจจะทำให้ทั้งคุณและฝ่ายตรงข้ามบาดเจ็บได้

     3. ฝ่ายมือที่หยาบกร้านอาจสร้างความระคายเคืองจนหมดอารมณ์มากกว่าที่จะกระต้นอารมณ์ ดังนั้นควรทาโลชั่น บ้าง เพื่อให้ผิวบริเวณฝ่ามือนุ่มขึ้น
 
     4. จำไว้ว่า “ จุดที่ไวต่อความรู้สึกทางเพศ” ของฝ่ายตรงข้ามมีทั่วร่าง พยายามใช้มือทั้ง 2 ข้าง ให้เกิดประโยชน์ สูงสุด โดยโจมตีพร้อม ๆ กันมากกว่า 1 จุดในเวลาเดียวกัน

     5. ระหว่างโจมตีด้วยมือ จับสังเกตอาการของเธอให้ดีในบางจุด เธออาจจะเจ็บหรือจักกะจี้.. ไม่ควรไปแตะต้อง

     6. ใช้ความนุ่มนวลและความหนักแน่นให้ถูกจังหวะและจำให้แม่นว่าความรุนแรง เช่น บีบแรง บี้แรง รังแต่จะทำให้ หมดอารมณ์มากกว่าเกิดอารมณ์

     7. ถ้าหากมือคุณ “ เย็น” เกินไป จะเป็นเพราะอุณหภูมิในห้องหรือจะเป็น เพราะความตื่นเต้นของคุณเองก็ตาม...ถู มือให้อบอุ่นก่อนเริ่มปฏิบัติการจะช่วยได้มาก

     8. ถ้าคุณสวมแหวน หรือนาฬิกาข้อมือที่มีส่วนแหลมคม ควรถอดออกก่อน

     9. ควรคำนึงถึง “ ลีลา” ที่ดูดีด้วยนะ อย่าให้การใช้มือของคุณออกมาในลักษณะเก้งก้าง หรือมือไม่พันกันมั่วไป หมด

     10. เทคนิคเกี่ยวกับการใช้มือและนิ้วมีหลายอย่าง เช่น ลูบ คลำ ขยำ ขยี้ เคล้น คลึง นวด นาบ เกา ฯลฯ ควรฝึก และปฏิบัติการให้ได้หลายรูปแบบและคล่องแคล้ว

     11. การใช้นิ้วมือแหย่แยงเข้าไปในบางจุด ควรรอให้มีการ “ หล่อลื่น” เสียก่อน อย่าฝืนแหย่ไปในความแห้งผาก แทนที่จะกระตุ้นอารมณ์ เหตุการณ์อาจเป็นตรงกันข้าม

     12. ล้างมือให้สะอาดทันทีหลังปฏิบัติการ ถ้าคุณไม่อยากเป็นโรคผิวหนัง เช่น หิด กลกา ฯลฯ และคุณคงไม่อยาก ให้ “ กลิ่น” ติดมือจนคนอื่นจับได้



7
Sex / 5 กลเม็ดเด็ดๆ พาตัวเองสู่จุดสุดยอด!
« เมื่อ: มิถุนายน 04, 2011, 09:48:15 AM »
ไม่มีอีกแล้วที่คุณจะถูกทิ้งให้อารมณ์ค้างเติ่งอยู่คนเดียว ถ้าหันมาลองใช้กลเม็ดเด็ดดวงต่อไปนี้ ที่จะแก้ทุกปัญหาที่ขวางทางคุณกับสุขสุดยอด และเพิ่มโอกาสของการถึงจุดสุดยอดให้ได้มากขึ้น

ให้เวลากับการโหมโรง

        เกิดอะไรขึ้น : หวานใจของคุณกำลังกระตือรือร้นอย่างเหลือเกินที่จะเข้าสู่กิจกรรมหลักซะที แต่คุณยังไม่พร้อม หากจะขอเวลาเตรียมตัวอีกสักหน่อยก็กลัวว่าเขาอาจคิดว่าคุณเรื่องมาก
        ลองแบบนี้สิ : อย่ารีบร้อนในช่วงของการอุ่นเครื่อง ผู้หญิงส่วนใหญ่ต้องการเวลาประมาณ 20 นาทีในการสร้างความตื่นตัวทางเพศ ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญของการออกัสซั่ม การข้ามวงจรการกระตุ้นความตื่นตัวทางเพศไปอย่างลวกๆ ทำให้การสู่สุขสุดยอดยิ่งยากเย็นขึ้น ถึงแม้เวลา 20 นาทีจะดูนาน แต่เชื่อเถอะว่าผู้ชายดีๆ เขาไม่รังเกียจหรอก ข้อดีอีกอย่างหนึ่งของการโหมโรงก็คือ มันอาจทำให้ผู้หญิงถึงจุดสุดยอดได้ในระหว่างการเล้าโลม และนั่นยิ่งเพิ่มโอกาสให้ผู้หญิงถึงจุดสุดยอดได้ในระหว่างการร่วมเพศ

ทำใจให้จดจ่อ

         เกิดอะไรขึ้น : เราต่างรู้ดีว่ามันง่ายแค่ไหนที่จะวอกแวกในระหว่างการมีเซ็กซ์ ความคิดทุกอย่างสามารถทำให้คุณสียสมาธิได้ทั้งนั้น และเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว คุณก็ไปไม่ถึงสวรรค์แน่ เพราะสมองของคนเราเป็นส่วนสำคัญที่สุดในการมีประสบการณ์ทางเพศ การเสียสมาธิใดๆ ก็ตามจะทำให้เกิดแรงกระตุ้นที่ขัดแย้งกันในสมอง และทำให้ความสุขของคุณลดน้อยลงได้
         ลองแบบนี้สิ : ถ้าคุณพบว่าตัวเองกำลังวอกแวก ลองตั้งหลักใหม่อีกครั้ง ดึงความคิดกลับมาจดจ่อกับความรู้สึกที่เขากำลังอยู่ภายในตัวคุณ และการตอบสนองของร่างกายคุณ จากนั้น ใช้การสัมผัสตัวเองและการเปลี่ยนท่า เพื่อดึงเอาตัวเองกลับมาที่เรื่องเซ็กซ์ใหม่ อีกเทคนิคหนึ่งก็คือ หายใจเข้าลึกๆ โดยใช้หน้าท้อง การหายใจแบบนี้ทำให้คุณมีสมาธิ และดึงคุณกลับมาจดจ่อกับคนที่อยู่แนบกายได้อีกครั้ง

กระตุ้นให้ถูกจุด

        เกิดอะไรขึ้น : ถึงแม้ทุกวันนี้จีสปอตจะมีชื่อเสียงอย่างมากในการทำให้ผู้หญิงถึงจุดสุดยอด แต่คุณก็ไม่ควรมองข้ามส่วนของร่างกายที่สำคัญอย่างมากต่อการถึงจุดสุดยอดของ คุณ...อย่างคลิตอริส ซึ่งเต็มไปด้วยปลายประสาทมากกว่าในช่องคลอดเสียอีก
        ลองแบบนี้สิ : เพื่อกระตุ้นคลิตอริสในระหว่างการร่วมเพศ ใช้ท่าผู้หญิงอยู่ข้างบน และแนบร่างกายลงพร้อมกับบดขยี้จุดพิศวาสของคุณกับเชิงกรานของเขา ถ้าคุณอยู่ในท่ามิชชันนารี ลองหนีบขาเอาไว้แน่นพร้อมกับเคลื่อนไหวสะโพกเป็นวงกลม ในขณะที่เขาขยับตัวเข้าออก มันจะกระตุ้นคลิตอริสโดยตรง

อย่าเปลี่ยนท่าบ่อยนัก

        เกิดอะไรขึ้น : การเล่นกายกรรมบนเตียงเป็นสิ่งที่ทำให้เพศรสของคุณตื่นเต้นเร้าใจ แต่การเปลี่ยนท่าไปมาอยู่เรื่อยๆ ทำให้ยากที่จะออกัสซั่ม เนื่องจากปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งในการถึงจุดสุดยอดก็คือ การกระตุ้นอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องในตำแหน่งที่เป็นจุดเร้าอารมณ์
        ลองแบบนี้สิ : การเปลี่ยนท่าทางเหมาะสำหรับการสร้างความเร้าใจในช่วงของการเริ่มต้น แต่เมื่อคุณกำลังเริ่มสะสมความรู้สึกเสียวซ่านที่นำไปสู่การถึงจุดสุดยอด พยายามยึดติดอยู่กับท่าใดท่าหนึ่งที่กระตุ้นจุดเร้าอารมณ์ของคุณมากที่สุด ให้นานพอ ถ้าเขาเกิดพยายามจะเปลี่ยนท่า คุณอาจส่งสัญญาณด้วยการกดตัวเองเข้ากับร่างกายเขาให้แนบแน่นขึ้น หรือกระซิบบอกเขาอย่างอ่อนโยนว่า เขากำลังทำให้คุณรู้สึกดีเพียงใดในท่านั้น เขาจะยินดีร่วมทางกับคุณต่อไปจนถึงสวรรค์ด้วยกันทั้งคู่อย่างแน่นอน

เข้าห้องน้ำก่อน

        เกิดอะไรขึ้น : เมื่อจีสปอตของคุณถูกกระตุ้นในระหว่างมีเซ็กซ์ มันอาจทำให้คุณรู้สึกเหมือนอยากจะฉี่ ถึงแม้จะไม่อยากก็ตาม เนื่องจากจุดนี้ล้อมรอบด้วยต่อมที่เชื่อมโยงกับกระเพาะปัสสาวะ ผลก็คือคุณจะเกร็งตัวเพื่ออั้นฉี่ และไม่ผ่อนคลายพอที่จะถึงจุดสุดยอดได้ นอกจากนี้ ผู้หญิงบางคนยังอาจมีน้ำคัดหลั่งออกมาในระหว่างการร่วมเพศ และคิดว่ามันเป็นฉี่ ฉะนั้น เมื่อเริ่มจะถึงจุดสุดยอด พวกเธอจะเกร็งกล้ามเนื้อหยุดการฉี่ ซึ่งเท่ากับหยุดการออกัสซั่มไปด้วย
        ลองแบบนี้สิ : เข้าห้องน้ำซะก่อนมีเซ็กซ์ เมื่อคุณรู้ว่าไม่ต้องฉี่เมื่อใกล้ๆ จะถึงออกัสซั่ม คุณก็จะสามารถปล่อยกายใจไปกับความรู้สึกเสียวซ่านได้จนถึงที่สุด นี่ไม่ยังไม่รวมถึงข้อดีของการปัสสาวะก่อนมีเซ็กซ์ ที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบลงได้ด้วย

8
Sex / เซ็กส์ในอุดมคติหญิงชายมองกันแบบไหน
« เมื่อ: มิถุนายน 04, 2011, 09:47:14 AM »

         ความรักในอุดมคตินั้นดู ‘แจ่มใส’ เหมือนภาพในนิทานที่เจ้าชายและเจ้าหญิงมีความรักที่บริสุทธิ์ต่อกัน แต่ความเป็นจริงอาจฟังดูไม่ค่อยโรแมนติกขนาดนั้น เพราะการวิจัยทำให้เรารู้ว่าแรงดึงดูดทางเพศ เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของความรัก!!

    เพศชาย (Mal)

        ที่ผู้ชายชอบ (มอง) ผู้หญิงหน้าอกใหญ่และสะโพกที่ผายจากเอวเป็นเพราะสองสิ่งนี้เป็นสัญญาณตามธรรมชาติว่า เพศหญิงคนนั้นมีสุขภาพดีและพร้อมกับการมีคู่ เนื่องจากลักษณะทั้งสองเป็นผลจากฮอร์โมนเพศหญิง ส่วนผู้หญิงที่มีดวงตาสวยงามเป็นประกายและผิวที่เรียบเนียนนั้นเป็นสัญลักษณ์ของความอ่อนเยาว์

        นักวิทยาศาสตร์บางส่วนถึงกับเชื่อว่า ริมฝีปากอวบอิ่มของเพศหญิงนั้นเป็นเหมือนการเลียนแบบอวัยวะเพศหญิงเพื่อการดึงดูดเพศชาย อารมณ์หึงหวงนั้นก็มีความซับซ้อนและเป็นที่สนใจของนักวิทยาศาสตร์มาช้านาน ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าความหึงหวงคู่ของตนนั้นเกิดจากสารหรือฮอร์โมนหรือระบบอะไรในสมองเป็นพิเศษ แต่เราอาจอธิบายมันได้ในแง่วิวัฒนาการ การศึกษาของ David Buss พบว่า ผู้ชายจะหึงเมื่อผู้หญิงคู่ของตนไปมีเพศสัมพันธ์กับคนอื่น เขาอธิบายว่า การที่ผู้หญิงไปมีเพศสัมพันธ์กับคนอื่นทำให้หนุ่มๆ ไม่สามารถแน่ใจได้ว่าลูกในท้องจะเป็นลูกของเขา ซึ่งมันทำให้เขาต้องเหนื่อยเลี้ยงดูโครโมโซมที่มาจากคนอื่นฟรีๆ

    เพศหญิง (Female )

         การศึกษาวิจัยพบว่า ผู้หญิงช่วงตกไข่จะสนใจผู้ชายที่มีความเป็นชายสูง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์จากการเพิ่มขึ้นของฮอร์โมนเพศชาย เช่น หนวดครึ้ม คิ้วหนา คางเด่น ขากรรไกรกว้าง หน้าอกกว้าง เป็นต้น เพราะนี่เป็นสัญญาณชี้วัดเรื่องสุขภาพดี หรือการแสดงถึงความมีอำนาจของผู้ชายในช่วงนั้น จากการศึกษาพบว่า ใบหน้าผู้ชายที่มีแผลเป็น จะต้องตาต้องใจผู้หญิงตะวันตกที่ต้องการหากิ๊กเป็นพิเศษ บางทีแผลเป็นบนใบหน้าอาจเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงฮอร์โมนเพศชาย และความเป็นแมนมากกว่าปกติ

         การศึกษาทางจิตวิทยาของ David Buss พบว่า ขณะที่ฝ่ายหญิงรู้สึกหึงหนักเมื่อฝ่ายชายมีการปันใจให้กับคนอื่น เพราะการที่ผู้ชายปันใจให้กับหญิงอื่นนั้น หมายถึงการที่ฝ่ายหญิงและลูกๆ ต้องสูญเสียการดูแล และต้องแบ่งปันทรัพยากรอาหารและการปกป้องจากผู้ชายไปให้หญิงอื่น นั่นคือเบื้องหลังของอาการหึงหวงที่แตกต่างกัน





9
Sex / สิ่งที่ทำให้เซ็กซ์ไม่สุข
« เมื่อ: มิถุนายน 04, 2011, 09:46:13 AM »
Why I Have Unhappy Sex

     Get Dress So Tight!
        ที่บอกว่าเซ็กซ์สามารถสร้างทุกข์จากเครื่องแต่งกายได้นั้น เป็นเพราะว่ามีดาราฮอลลีวู้ดคนหนึ่งออกมาบอกว่า การต้องแต่งตัวเป็นสาวย้อนยุคอยู่บ่อยๆ ทำให้เธอต้องใส่คอร์เซ็ตหรือชุดชั้นในโบราณอยู่เป็นประจำ และเจ้าคอร์เซ็ตนี่ล่ะที่รัดลำตัวของผู้หญิงจนเกินพอดี เพราะต้องการให้เอวคอดกิ่วตลอดเวลา และนั่นเองก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เธอหมดอารมณ์ทางเพศไปเลย เธอให้เหตุผลอย่างน่าฟังว่ามันชัดเจนเลยที่ผู้หญิงต้องเรียกมันว่า “ตัวทำให้เซ็กซ์อ่อนแอ” เพราะมันทำให้หายใจลำบากเวลาใส่มัน เหมือนต้องต่อสู้เพื่อให้มีออกซิเจนมาเลี้ยงสมองอะไรแบบนั้น

         ก็คงต้องขอแสดงความยินดีกับหญิงไทยที่ไม่ต้องใส่อะไรแบบนี้ แต่ก็ยังมีบ้างที่เลือกใส่ชุดชั้นในรัดๆ แน่นๆ บอกไว้ตรงนี้เลยละกันเพื่อให้หนุ่มๆ จะได้ไปคอยเตือนสาวๆ เพราะการใส่ชุดชั้นในรัดๆ นั้นจะทำให้อึดอัดและอารมณ์ทางเพศลดลง

     Don’t Deny Me
         นอกจากเครื่องแต่งกายที่จะทำให้เซ็กซ์ไม่ไปสู่ความสุขแล้ว การปฏิเสธบางสิ่งบางอย่างระหว่างการมีเซ็กซ์ ก็มีโอกาสทำให้เซ็กซ์หยุดลงกลางคันได้เหมือนกัน เช่นคุณเกิดความต้องการที่จะเล้าโลมให้กับฝ่ายหญิงอย่างเต็มที่ แต่ปรากฏเมื่อไปถึงจุดลับของเธอ เธอกลับเอามือยั้ง และบ่ายเบี่ยงให้คุณหันเหไปทางอื่น สิ่งเล็กน้อยเหล่านี้อาจสร้างความหงุดหงิดให้กับคุณได้โดยไม่รู้ตัว คุณคงต้องบอกเธอไปตรงๆ ว่าต้องการอะไร เพื่อที่จะให้การเป็นไปของบทรักไม่มีติดขัดหรือสะดุดลงกลางคัน

     Alcohol Make Me Go Wild?
          บางครั้งอาการคลื่นไส้อาเจียนก็มีผลเหมือนกัน ใครจะไปนึกคิดล่ะครับว่าแอลกอฮอล์จะส่งผลให้กลายเป็นรักเรือล่ม ได้ หลายคนมองว่าการดื่มแอลกอฮอล์ก่อนมีเซ็กซ์จะช่วยทำให้มีความกล้ามากขึ้น อันนั้นคงไม่ผิดเพราะสติยั้งคิดลดลง ก็ทำให้กล้าทำอะไรที่บ้าๆ มากขึ้น แต่นั่นเป็นเพียงแค่สิ่งที่แสดงออกมาเท่านั้น เพราะเจ้าหนูของคุณอาจจะไม่สู้เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ก็เป็นได้ คราวหน้าคราวหลังก็ต้องระวังกันหน่อยแล้วล่ะแบบนี้ จะได้ไม่ล่มเสียกลางคัน

     Know Yourself
        นอกจากอาการต่างๆ เหล่านี้แล้ว คุณเชื่อหรือไม่ว่า ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้คุณและฝ่ายหญิงเข้าหากันไม่ค่อยจะติด นั่นก็คือ ฝ่ายหญิงไม่รู้จักเรียนรู้ร่างกายตนเอง บางคนเขินอายเหมือนกับผ้าพับไว้ ไม่เคยแม้แต่จะใช้นิ้วเข้าไปทำให้เกิดความสุข จุดนี้ก็เป็นปัญหาเช่นกัน เพราะจะทำให้ไม่รู้ว่าจุดไหนเป็นจุดที่มีความสุขมากที่สุด และส่วนใหญ่แล้วหญิงคนไหนที่มีลักษณะท่าทีแบบนี้ จะไม่ค่อยประสบความสำเร็จในเรื่องบนเตียงสักเท่าไร ก็เป็นหน้าที่ของคุณแล้วล่ะที่จะต้องคอยอธิบายและสั่งสอนให้เธอได้รู้ซึ้งถึงความสุขลึกๆ บนเตียงนี้เสียที

        อาการข้างบนนั้นหากคุณคิดว่าเป็นที่ฝ่ายหญิงอย่างเดียวคงผิดถนัด เพราะผู้ชายอย่างเราๆ ก็มีบ้างเหมือนกันที่ดันไปเขินอายเอาตอนเข้าด้ายเข้าเข็ม และทำให้เกิดเหตุการณ์ไปไม่เป็นหรือล่มปากอ่าวก็มีให้เห็นบ่อยไป ดังนั้นแม้ว่าเรื่องแบบนี้จะไม่มีให้ซ้อมกันบ่อยๆ แต่หากเรารู้จักควบคุมสติ ให้อยู่กับเนื้อกับตัว ค่อยเป็นค่อยไปอย่างธรรมชาติ เซ็กซ์ที่ดีพอและมีชั้นเชิงก็เกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน

        ยังมีบางคนที่ไม่กล้าเริ่มลองโน่น ลองนี่ จริงๆ ก็ไม่ใช่เรื่องผิดสักเท่าไรนัก แต่เซ็กซ์มันไม่มีที่สิ้นสุด สามารถเติมแต่งและสร้างเสริมให้เซ็กซ์กลายเป็นของใหม่ได้ตลอด และเมื่อเรารู้จักลองอะไรใหม่ๆ (ไม่ใช่คนใหม่ คนเดิมแต่อาจจะลีลาใหม่) ก็จะยิ่งทำให้เซ็กซ์ที่มีแต่ละครั้งไม่ก่อให้เกิดความเบื่อหน่าย เซ็ง และเมื่อไรที่เราทำตามได้ เมื่อนั้นเซ็กซ์ที่เรามีก็จะทำให้รักครั้งนี้ยืนยาวครับ

10
Sex / The New Sex Rules
« เมื่อ: มิถุนายน 04, 2011, 09:45:35 AM »
เลิกใช้กฎเดิมๆที่เราเคยใช้กันในห้องนอนและสนุกไปกับกฎใหม่ๆที่จะทำให้คุณได้พบกับประสบการณ์เซ็กซ์ที่เร่าร้อนกว่าเดิม

        ในเรื่องเซ็กซ์คุณอาจเดาได้หมดแล้วว่าอะไรที่ได้ผลสำหรับคู่หนึ่งอาจไม่ ได้ผลสำหรับคู่อื่นก็ได้ แต่ก็ยังมีคู่รักอีกมากมายที่ชอบทำตามกฎเก่าๆในเรื่องบนเตียง เช่น เขาควรเป็นคนเริ่มต้น หรือคุณทั้งสองคนต้องมีส่วนร่วมเท่าๆ กันตลอดเวลาที่ทำเรื่องอย่างว่า แน่นอน กฎเหล่านี้เกิดขึ้นด้วยเหตุผลบางอย่าง แต่การยึดแต่กฎเดิมๆ ไว้ตลอดเวลา ก็อาจทำให้คุณพลาดประสบการณ์ที่สุดแสนอีโรติกแบบอื่นได้ และนี่คือกฎใหม่บางอย่างที่คุณควรเอามาใช้เพื่อให้ชีวิตเซ็กซ์ซู่ซ่าขึ้น

กฎเก่า : เซ็กซ์ที่ดีต้องกินเวลานานนับชั่วโมง
กฎใหม่ : เซ็กซ์ที่ดีอาจสั้นหรือยาวได้เท่าที่เราต้องการ

        เป็นครั้งคราวเมื่อฤกษ์งามยามดีคุณจุดเทียนข้างเตียงเปิดเพลงไพเราะและต่าง ก็อาบน้ำกันมาอย่างสะอาดเอี่ยมและหอมกรุ่น และที่สำคัญคุณมีเวลานานนับชั่วโมงที่จะอุทิศให้แก่การบรรเลงเพลงรักแต่ ยอมรับความจริงกันเถอะว่าสำหรับเราส่วนใหญ่ ช่วงเวลาแบบนี้เกิดขึ้นเพียงนานๆครั้งเท่านั้นแหละฉะนั้น ไม่ว่าคุณจะอยากเริงรักแบบยาวนานเพียงใด ชีวิตก็อาจทำให้มันกลายเป็นแบบอื่นไปได้เสมอนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้คู่รัก ที่ชาญฉลาดในทุกวันนี้ ใช้เวลายาวนานในคืนวันหยุดเพื่อมีการเริงรักแบบไร้ขีดจำกัดและฉวยโอกาสที่จะ มีเซ็กซ์แบบเร็วๆในทุกครั้งที่มีโอกาสเพราะเซ็กซ์แบบด่วนๆก็สามารถวิเศษสุด ได้เช่นกันแน่นอน การทำให้เซ็กซ์จานด่วนมีความสุขสูงสุดอาจไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะ เป็นไปไม่ได้เพราะเวลาที่ผู้หญิงมาสเตอร์เบตเธอก็สามารถถึงจุดสุดยอดได้ใน เวลาอันรวดเร็วเช่นเดียวกับผู้ชาย หัวใจสำคัญสองอย่างในการทำให้พบกับสุขสุดยอดในเวลารีบๆ ก็คืออย่างแรกต้องแน่ใจว่าคุณมีอารมณ์เต็มที่จริงๆและอย่ากลัวที่จะควบคุม เพื่อให้ตัวเองถึงจุดสุดยอดได้เร็วที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการอยูข้างบน การใช้มือหรือไวเบรเตอร์ช่วยในการกระตุ้นที่คุณต้องการ

กฎเก่า : เขาต้องเป็นคนเริ่มต้น
กฎใหม่ : คุณกระโจนใส่เขาบ้างเป็นครั้งคราว

        ถึงแม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนไปแล้ว และเป็นที่รับรู้กันทั่วไปว่า ผู้หญิงก็สนุกกับเรื่องเพศเช่นเดียวกัน แต่มันก็ยังคงเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปอยู่นั่นแหละว่า ผู้ชายควรเป็นคนเริ่มต้นยั่วยวนก่อน ผู้หญิงมักกลัวที่จะดูกล้าเกินไปหากเป็นฝ่ายเริ่มต้นก่อน และพูดตามจริงก็คือ การที่ผู้ชายเริ่มต้น ทำให้ผู้หญิงรู้สึกว่าเป็นที่ต้องการและมีคนมาไขว่คว้า ซึ่งพวกเธอชอบ--ก็ใครบ้างล่ะจะไม่ชอบ แต่มันก็ถึงเวลาที่จะหยุดใช้กฎเก่าๆข้อนี้บ้างได้แล้วเพราะหนุ่มๆของคุณต่าง ก็อยากให้คุณเป็นฝ่ายเริ่มต้นเสียบ้างใจจะขาด นอกจากนี้เวลาที่คุณเป็นคนเริ่มต้นเซ็กซ์การสลับบทบาทกันก็ทำให้เซ็กซ์ของ คุณเร่าร้อนขึ้นด้วยผู้เชี่ยวชาญยังบอกด้วยว่า การที่ผู้หญิงได้เป็นผู้ควบคุมในเรื่องบนเตียง ก็ส่งผลถึงความมั่นใจในตัวเองของเธอที่จะเพิ่มมากขึ้นเวลาอยู่นอกห้องนอนอีก ด้วย

กฎเก่า : เซ็กซ์=การร่วมเพศ
กฎใหม่ : เซ็กซ์สามารถเป็นอะไรก็ได้ การจูบสุดวาบหวาม การเคล้าเคลียและลูบคลำ และอื่นๆ..

        ความคิดที่ง่ายที่สุดก็คือ เมื่อคุณได้ลงมือทำเรื่องอย่างว่าแล้ว มันก็ดูเหมือนเป็นเรื่องโง่ ที่จะถอยหลังกลับมา และพอใจแต่เพียงแค่การกอดจูบลูบไล้ เพราะเรามักจะมีความคิดว่าเซ็กซ์ก็คือการร่วมเพศที่มีการรุกล้ำภายใน ที่ทำให้คุณถึงจุดสุดยอด แต่ทุกวันนี้คู่รักจำนวนมากตระหนักดีว่า เซ็กซ์ไม่ได้มีแต่เพียงการรุกล้ำภายในแต่ยังหมายถึงการสัมผัสแบบไหนก็ตามที่ ทำให้เกิดอารมณ์วาบหวามและเวลาที่คุณพุ่งเป้าไปที่การร่วมเพศในตอนท้าย คุณก็ทำให้ตัวเองรีบร้อนจนพลาดความสุขจากการเล้าโลมกันในระหว่างนั้นไป เพราะฉะนั้นกฎของเซ็กซ์ยุคใหม่ก็คือ การออกัสซั่มก็คือการออกัสซั่ม ไม่ว่ามันจะเกิดมาจากอะไรก็ตามอย่าคิดแต่ว่าออกัสซั่มที่ดีที่สุดต้องมาจาก การร่วมเพศเท่านั้นปล่อยตัวเองให้ไหลลื่นไปกับอารมณ์ความรู้สึก ไม่ว่าจะเป็นการใช้มือหรือปากถ้ามันจะทำให้คุณถึงไคลแม็กซ์ได้ก็จงปล่อยไป และคุณจะสามารถพบกับสุขสุดยอดได้ครั้งแล้วครั้งเล่า แลมีความสุขไม่น้อยไปกว่าการออกัสซั่มจากการรุกล้ำภายในเลย

กฎเก่า : ทั้งสองฝ่ายควรมีส่วนร่วมเท่าๆ กัน
กฎใหม่ : การลงมือแต่เพียงคนเดียว หรือไม่ทำอะไรเลยในบางครั้งก็ถือว่าโอ.เค. เช่นกัน

        ใช่แล้วคุณสองคนควรมีส่วนร่วมพอๆกันในการสร้างความสุขให้แก่กันแต่นั่นก็ไม่ ได้หมายความว่าทุกครั้งที่มีการร่วมรัก คุณจะต้องแบ่งบทบาทกันคนละ 50/50 ทุกครั้งไป นอกจากนี้ บางครั้งที่คุณคนใดคนหนึ่งเหนื่อยหรืออ่อนแรงเกินกว่าจะมีบทรักที่ร้อนแรง ได้ในคืนนั้น การปล่อยให้อีกฝ่ายลงมือแต่เพียงข้างเดียว ก็ทำให้คุณไม่ต้องเหนื่อยแรง แต่สามารถสนุกได้เช่นกัน ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ การผลัดกันเป็นฝ่ายให้และรับความสุขเป็นครั้งคราวทำให้คุณไม่หมกมุ่นกับเป้า หมายที่จะต้องถึงจุดสุดยอดพร้อมกัน และหันมาสนใจในการให้ความสุขกับอีกฝ่ายหนึ่งแทนเช่น เวลาที่คุณปล่อยให้เขาเป็นคนลงมือคุณไม่ต้องกังวลว่าจะต้องทำอะไรให้เขาบ้าง ต่อไปแต่สามารถที่จะปล่อยตัวไปกับอารมณ์ความรู้สึกได้อย่างเต็มที่และเวลา ที่คุณเป็นฝ่ายลงมือ คุณก็ทำให้เขาปราศจากความกดดันที่จะต้องปฏิบัติการให้ดีที่สุดซึ่งเป็นสิ่ง ที่มักทำให้ผู้ชายเครียดได้อย่างมากและสำหรับผู้หญิงส่วนใหญ่ การปล่อยตัวเองอย่างเต็มที่อาจเป็นเรื่องยากเนื่องจากผู้หญิงมักเน้นที่การ ให้มากกว่าการรับฉะนั้นเมื่อคุณสามารถปล่อยวางอย่างเต็มที่ ผลที่ได้ก็จะแสนวิเศษมาก

11
Sex / ผู้ชายกว่า 80% ชอบผู้หญิงที่ นมใหญ่
« เมื่อ: มิถุนายน 04, 2011, 09:45:07 AM »
คุณรู้ไหมว่าผู้ชายส่วนใหญ่แล้วประมาณร้อยละ 80 ชอบผู้หญิงที่มีหน้าอกใหญ่ หรือนมใหญ่ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ลองทำให้นมคุณใหญ่ขึ้นดูสิ แล้วถามแฟนว่า ถูกใจไหม ลองดูนะคะ ร้อยทั้งร้อย มองตาเป็นมัน

     เต้านมใหญ่เกินไปก็เป็นปัญหา

          เต้านมใหญ่เกินไป ก็เป็นปัญหา โดยคัดจากบทความของผู้เรียบเรียง รศ.น.พ.อดุลย์ รัตนวิจิตราศิลป์ ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน ศีรษะ คอ เต้านม คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ท่านว่า

          คนส่วนใหญ่มักจะรู้สึกว่าการมีอะไรๆ ใหญ่ๆ โตๆ ไว้ก่อนก็จะดีกว่า เช่น รถคันใหญ่ บ้านหลังใหญ่ กินข้าวจานใหญ่ ฯลฯ แม้แต่สรีระในผู้ชาย หากร่างกายบึกบึนก็ดูดี เต้านมก็เช่นกัน ส่วนใหญ่เรามักจะรู้สึกกันแต่ว่าปัญหาของท่านสุภาพสตรี คือ มีเต้านมขนาดเล็ก จนได้ยินเรื่องการเสริมเต้านมกันบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดเสริมเต้านม หรือการเสริมด้วยเสื้อชั้นในชนิดพิเศษ แต่ก็ยังมีปัญหาของสุภาพสตรีอีกกลุ่มหนึ่ง ที่คนหลายคนอาจไม่เคยทราบคือปัญหา เต้านมใหญ่เกินไป (breast hypertrophy)

     เต้านมใหญ่เกินไปก็มีข้อเสีย

            ข้อเสียที่สุภาพสตรีกลุ่มนี้มักจะประสบในเบื้องต้น คือ หาเสื้อชั้นในใส่ไม่ได้ เพราะขนาดที่มีขายอยู่ในท้องตลาดมักจะมีขนาดเล็กเกินไป แต่ก็ยังไม่ใช่ข้อเสียที่สำคัญ ที่สำคัญกว่านั้นคือ เรื่องของน้ำหนักเต้านม เต้านมขนาดใหญ่ อาจหนักถึงมากกว่า 1 กิโลกรัมต่อข้าง นั่นหมายความว่าเจ้าของเต้านม จะต้องแบกน้ำหนักถึงมากกว่า 2 กิโลกรัม ที่บริเวณด้านหน้าลำตัว ไปไหนมาไหนด้วยตลอดเวลา สิ่งที่ตามมาก็คือ ทำให้ปวดหลัง ปวดไหล่ จะลุก จะนั่ง จะนอน จะเดิน ก็ไม่คล่องตัว

          นอกจากปัญหาเรื่องการปวดไหล่และน้ำหนักมากของเต้านมแล้ว ยังอาจพบปัญหาอื่น ๆ ได้ เช่น ผิวหนังบริเวณหน้าอกถูกยืด จนแตกลาย หรือมีการอับชื้นตรงบริเวณซอกระหว่างหน้าอกสองข้างและใต้ราวนม เกิดการอักเสบเป็นเชื้อราได้บ่อย

         ภาวะเต้านมใหญ่เกินนี้ พบได้ทั้งในวัยสาวและวัยกลางคนในวัยสาวๆ หากพบเต้านมใหญ่มากๆ บางคนรู้สึกอาย ทำให้ต้องคอยห่อไหล่เพื่อปกปิดเต้านมที่ใหญ่เกิน ทำให้ขาดความมั่นใจในตนเองได้

          ขนาดของเสื้อชั้นในมักจะบอกได้ เพราะ CUP D และ E แสดงให้เห็นว่าขนาดเส้นรอบอก กับเส้นรอบหัวนมที่วัดได้ไม่สมดุลย์กัน อาการปวดไหล่ก็เป็นอีกอาการหนึ่งที่บ่งว่าเต้านมใหญ่เกินไป

     ทำอย่างไรหากเต้านมใหญ่เกิน

          ปัจจุบันศัลยแพทย์สามารถทำการผ่าตัดลดขนาดของเต้านม โดยวัดและตัดเนื้อเต้านมออก เหลือเนื้อเต้านมไว้ให้มีขนาดใกล้เคียงกับคนทั่วไป โดยมีแผลผ่าตัดซ่อนอยู่รอบหัวนมและใต้ราวนม การผ่าตัดนี้จะต้องทำโดยการวางยาสลบ เมื่อผ่าตัดแล้ว หากต้องให้นมบุตร ก็ยังกระทำได้

         ข้อเสียในการผ่าตัดลดขนาดเต้านม

          ผลเสียที่อาจพบได้ ก็คือ ผลเสียจากการวางยาสลบและการผ่าตัดเช่นเดียวกับการผ่าตัดทั่วไป และอาจเกิดแผลเป็นที่บริเวณรอยแผลผ่าตัดได้

         ไม่ว่าสาวแท้ สาวเทียม ที่ต้องการเพิ่มขนาดหน้าอก ให้อึ๋ม เด้ง กระชับ อย่างปลอดภัย เค้าแนะนำให้ทาน ผลิตภัณฑ์เสริมหน้าอก รับรองว่าคนรอบข้างต้องอิจฉาคุณให้คุณเดินยืดอกอย่างมั่นใจ สวย สดใส เซ็กซี่ ซาบซ่า เริ่ดสุดๆ เลยคะ




12
Sex / "เซ็กซ์ฝืน" เสี่ยงอันตราย!
« เมื่อ: มิถุนายน 04, 2011, 09:44:29 AM »
เซ็กซ์ก็เหมือนทุกเรื่องที่ผ่านเข้ามาในชีวิต มีทั้งทุกข์บ้าง สุขบ้าง การจะสมหวังในเซ็กซ์ต้องมีการสื่อสาร และรับมือกับปัญหาต่าง ๆ ด้วยความพยายาม อดทน และลองผิดลองถูก แต่การมีเซ็กซ์ที่ต้องฝืน 8 เรื่องต่อไปนี้ คุณไม่ควรลอง เพราะอาจจะพาคุณไปจบที่โรงพัก หรือโรงพยาบาลได้

    1. เซ็กซ์ฝืนใจ

        เป็นเรื่องธรรมดาที่ความต้องการทางเซ็กซ์ของคู่แต่งงานไม่สอดคล้องกัน อาจจะเพราะอุปนิสัย บุคลิก การทำงาน การออกกำลังกาย ความเหน็ดเหนื่อย สภาพร่างกายที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำเมื่อฝ่ายหนึ่งเกิดความต้องการแต่อีกฝ่ายไม่เกิด คือ ช่วยอีกฝ่ายให้พ้นจากอารมณ์ความต้องการ เช่น ช่วยให้ช่วยตัวเอง หรือใช้เซ็กซ์ทอยช่วยก็ได้

    2. เซ็กซ์ฝืนรสนิยม

        รสนิยมทางเซ็กซ์ เช่น ทำรักด้วยปาก หรือทางประตูหลัง ไม่ได้ถือว่าเป็นความผิดปกติ ข้อดีคือ ไม่ทำให้ตั้งครรภ์ และทำให้เซ็กซ์มีความสุขขึ้นสำหรับคนที่มีรสนิยมต้องกัน แต่มีข้อเสียคือ ถ้าหากไม่ใช้ถุงยางอนามัย รสนิยมทางเซ็กซ์เหล่านี้ อาจทำให้ติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ทุกชนิด เช่น หนองในแท้ หนองในเทียม เริม เชื่อเอชพีวีที่ก่อมะเร็งปากมดลูก หูดหงอนไก่ เป็นต้น

    3. เซ็กซ์ฝืนสรีระ

         ไม่น่าเชื่อว่าจะมีการบาดเจ็บจากเซ็กซ์ เพราะการฝืนสรีระจำนวนไม่น้อยที่ต้องเข้ารักษาแบบฉุกเฉินในโรงพยาบาลแต่ละปี เกิดจากขนาดที่ไม่เหมาะสมกัน กระทำรุนแรง ใช้วัสดุ หรือเซ็กซ์ทอยที่ไม่เหมาะสมสอดใส่ภายใน จนทำให้อวัยวะเพศภายนอก และภายในของฝ่ายหญิงฉีกขาด อวัยวะเพศชายห้อเลือด หัก บาดเจ็บเป็นแผล

        ดังนั้นจึงไม่ควรฝืนสรีระ หากขณะมีเพศสัมพันธ์ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเจ็บปวด มีเลือดไหลออกมา ต้องรีบหยุดกิจกรรมนั้นทันที แล้วรอดูอาการชั่วครู่ ถ้ายังเจ็บ หรือเลือดไหลไม่หยุด ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

    4. เซ็กซ์ฝืนทิศทาง

        ทิศทางของการมีเซ็กซ์ต้องไม่ผิดทิศ เพราะการบิดตัว เอี้ยวตัว ขณะกำลังสอดใส่อาจจะทำให้อวัยวะเพศชายหักได้ นอกจากเจ็บปวดแล้ว ยังเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องรีบไปโรงพยาบาลก่อนจะสูญเสียอวัยวะ

    5. เซ็กซ์ฝืนท่า

        หลาย ๆ ท่าของการมีเซ็กซ์ต้องห้าม แม้ว่าคุณจะแข็งแรง และเก่งยิมนาสติกเพียงใด ไม่ว่าฝ่ายหญิงจะตั้งครรภ์หรือไม่ อาจพาคุณไปลงเอยที่โรงพยาบาลได้ เช่น

         - ท่าสะพานโค้ง ที่ฝ่ายชายหงายหลัง ใช้มือ และเท้าตั้งหลักเหมือนเสาสะพานสี่เสา ส่วนฝ่ายหญิงขึ้นคร่อมด้านบน หากเสาสะพานรับน้ำหนักไว้ไม่ไหว ร่างกายฝ่ายหญิงที่ทรุดลงมาจะกระแทกกระดูกสันหลังของฝ่ายชายโดยตรง จนฝ่ายชายอาจเสี่ยงเป็นอัมพาตได้
          - ท่าจับฝ่ายหญิงห้อยหัวลง โดยฝ่ายชายยืน หรือนั่ง ท่านี้อาจทำให้ฝ่ายหญิงเป็นลม หมดสติได้ ยิ่งหากตั้งครรภ์แล้ว นอกจากเกิดอันตรายต่อแม่ ยังอาจเกิดอันตรายต่อลูกในครรภ์ได้อีกด้วย
         - ท่าฝ่ายชายยืนอุ้มฝ่ายหญิงให้ตัวลอย เอาขาไขว่หลังฝ่ายชาย ท่าที่ไม่มั่นคงแบบนี้ ทำให้คนบาดเจ็บมานักต่อนักแล้ว เพราะเมื่อถึงเวลาเข้าด้ายเข้าเข็ม เหงื่อที่ออก และการเกร็งตัว อาจทำให้ฝ่ายหญิงหลุดจากการอุ้มของฝ่ายชาย และหากกำลังตั้งครรภ์ เสี่ยงถึงขั้นแท้งลูกได้

    6. เซ็กซ์ฝืนธรรมชาติ

         เซ็กซ์ที่ปลอดภัยต้องรู้จักกลไกของธรรมชาติ เช่น ช่วงตั้งครรภ์ ต้องรู้ความเหมาะสมในการมีเพศสัมพันธ์ เช่น ไม่เป่าลมเข้าช่องคลอด เพราะลมอาจรั่วเข้าเส้นเลือดจนฝ่ายหญิงเสียชีวิตได้ เลือกท่าที่ไม่ไปทับครรภ์ที่โตขึ้น เช่น ใน 3 เดือนแรก สามารถเลือกท่าธรรมดาที่เคยมีเพศสัมพันธ์ได้

        แต่หากท้องเกิน 3 เดือน อาจต้องเลือกท่าที่ไม่ทับท้อง เช่น นอนตะแคงเข้าหากัน ไปทางเดียวกัน ฝ่ายชายอยู่ด้านหลัง (ท่าช้อนซ้อนกัน) ทราบข้อห้ามของการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างตั้งครรภ์ เช่น มารดามีเลือดออก จะแท้งลูก เคยแท้งบุตรเป็นประจำ มีน้ำเดินทางออกก่อนครบกำหนดคลอด หรือปวดเจ็บท้องรุนแรงเมื่อมีเพศสัมพันธ์ เป็นต้น

    7. เซ็กซ์ฝืนโรค

        หากกำลังมีโรค เช่น เริ่ม หูดหงอนไก่ หนองใน ซิฟิลิส ไม่ควรฝืนมีเซ็กซ์กับอีกฝ่าย ควรรักษาโรคให้เรียบร้อยเสียก่อน หรือมิฉะนั้นก็ต้องสวมถุงยางอนามัยเพื่อป้องกันอีกฝ่ายติดโรค

    8. เซ็กซ์ฝืนปกติ

        เป็นเซ็กซ์ที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติทางจิต ได้แก่ เซ็กซ์ซาดิสม์ และมาโซคิสท์ บางคนเป็นทั้งซาดิสม์ และมาโซคิสท์ในคน ๆ เดียวกัน โดยเซ็กซ์ซาดิสม์ คือ เซ็กซ์ที่ตัวเองจะถึงจุดสุดยอด หรือพึงพอใจเมื่อได้ทำร้ายคนอื่นให้เกิดความเจ็บปวด เช่น เฆี่ยนตี รัด มัด ทำร้ายร่างกาย เอาบุหรี่จี้ เป็นต้น ซึ่งอาจลงเอยด้วยอีกฝ่ายบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตได้

        ส่วนเซ็กซ์มาโซคิสท์ คือ ทำร้ายตัวเองให้ตนเองเจ็บปวดจึงพอใจในเซ็กซ์ นอกจากตนเองแล้ว บางคนเสียชีวิตเพราะรัดคอตัวเองจนเกิดอุบัติเหตุขาดอากาศหายใจก็มี

         เซ็กฝืนทั้ง 8 ข้อนี้ นับเป็นเรื่องอันตรายมาก อาจลงเอยกันที่โรงพยาบาล หรือไม่ก็โรงพักได้ เพราะเซ็กซ์เหล่านี้ หากทำผู้อื่นบาดเจ็บถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย และทั้งเซ็กซ์ซาดิสม์ และมาโซคิทส์ควรได้รับการรักษาพยาบาลจากจิตแพทย์ค่ะ



13
Sex / 5 ทิปส์ร้อน ในคืนรัก
« เมื่อ: มิถุนายน 04, 2011, 09:43:55 AM »
คืนแห่งความรักกำลังจะเคลื่อนมาถึงในอีกไม่ช้า คุณกำลังวาดฝันถึงค่ำคืนอันสุดแสนอัศจรรย์ แต่ความคิดนั้นก็เป็นอันต้องหยุดชะงัก เพราะคุณเองยังไม่มีไอเดียว่าจะทำอย่างไรให้เขารู้สึกถึงความประทับใจคืนพิเศษนี้แบบไม่รู้ลืม ไม่ต้องห่วง เรามีทิปส์ดีๆ ที่จะทำให้เขาคนนั้นของคุณประทับใจ และหวนฝันถึงแต่ค่ำคืนอันเร่าร้อนคืนนี้

     วางมืออย่างซุกซน : ช่วงเวลาระหว่างมื้อค่ำ หรือช่วงที่คุณกำลังดูภาพยนตร์อยู่ด้วยกัน สองต่อสองที่บ้าน ให้ใช้มือวางเบาๆ ลงบนเข่า หรืออาจจะเหนือกว่านั้นเล็กน้อย เช่น ที่โคนขาของเขา เพื่อบอกเป็นนัยถึงสิ่งที่คุณต้องการในค่ำคืนพิเศษคืนนี้ แต่ถ้าคุณยังไม่กล้าพอ อาจใช้การสัมผัสเบาๆ ที่ต้นแขนของเขาแทนก็ได้ ที่สำคัญคือต้องทำให้ดูเหมือนกับว่าไม่ตั้งใจ ให้การเคลื่อนไหวของมือดูเป็นธรรมชาติมากที่สุดเท่านั้น

     สายตาสะกด : เราเชื่อว่าสายตาของสาวๆ ทุกคนมีความเซ็กซี่ซ่อนเร้นอยู่ ลองใช้สายตาจ้องมองเขาให้เหมือนกับว่าเขาเป็นเพียงลูกแกะตัวน้อยน่าเอ็นดู ส่วนคุณเป็นดั่งเสือสาวสุดเซ็กซี่ เท่านี้ก็ทำให้เขาอ่อนระทวยจนต้องยอมสยบแถบเท้าของคุณแล้ว

     จูบที่เร่าร้อน : ปกติแล้วเขาจะต้องเป็นฝ่ายพุ่งเข้าหาคุณก่อนเพื่อเปิดฉากการจูบอันแสนโรแมนติก แต่สำหรับวันพิเศษวันนี้จะไม่เป็นเหมือนอย่างที่เคย ลองสร้างความประทับใจให้กับชายหนุ่มของคุณด้วยการเป็นฝ่ายพุ่งเข้าหาเขาก่อน แล้วเริ่มต้นเปิดฉากการจูบแบบที่จะต้องทำให้เขาเซอร์ไพรส์ในความเร่าร้อนของคุณ

     ลูบไล้ด้วยโลชั่น : สร้างความแปลกใหม่ไม่จำเจ โดยการให้เขาช่วยบีบโลชั่นกลิ่นหอมสุดโปรดของเขาลงบนตัวและหน้าอกของคุณ จากนั้นค่อยๆ ใช้ตัวของคุณลูบไล้ไปมาบนตัวของเขา ไล่ตั้งแต่แผ่นหลังมายังด้านหน้า หรืออาจเลยขึ้นไปถึงแก้มของเขาด้วยก็ได้ รับรองว่าเขาจะต้องประทับใจในความขี้เล่นและช่างคิดของคุณแน่นอน แถมกลิ่นโปรดของเขายังเป็นตัวช่วยให้บรรยากาศบนเตียงดีขึ้นได้ด้วยสินะ

      คำรักแสนหวาน : ในค่ำคืนแห่งรัก บางครั้งผู้ชายก็ต้องการมากกว่าสายตาที่คุณส่งไปให้เขา เอ่ยคำพูด เช่น ‘คุณทำให้ฉันมีความสุข’ หรือ ‘คุณช่างเร่าร้อนเหลือเกิน’ แม้จะเป็นคำพูดที่ดูธรรมดา แต่เพียงแค่คุณกระซิบที่ข้างหูของเขาเบาๆ ก็อาจทำให้คำพูดธรรมดาเหล่านี้กลายเป็นคำแสนหวานที่ชวนให้ขนลุกได้ดีทีเดียว รวบรวมความกล้าในตัวคุณแล้วลองทำตามทิปส์ของเราดู ขอบอกว่าไม่ยากอย่างที่คิด และรับรองว่าเขาจะต้องร้องเรียกหาช่วงเวลาอันร้อนแรงแบบนี้อีกไม่รู้จบแน่นอน

14
Sex / สาววัยใด...เซ็กซ์สุดยอดเยี่ยม
« เมื่อ: มิถุนายน 04, 2011, 09:43:23 AM »
ยิ่งอายุมาก ผู้หญิงก็ยิ่งมีคุณภาพกับการมีเซ็กซ์ สาววัย 30 มักประสบความสำเร็จกับการถึงจุดสุดยอดมากกว่าวัยอื่น คุณเคยนึกสงสัยมั้ยว่าในชีวิตคู่นั้นบางครั้งก็มีอารมณ์อีโรติกที่จะมีกุ๊ก กิ๊กกับสามี แต่บางครั้งก็ไร้ซึ่งอารมณ์สุนทรีย์ อยากผลักไสเขาให้ไปห่างตัวชั่วคราว

         เหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะร่างกายมีอิทธิพลต่ออารมณ์และการเสพสุขทางเพศของ เรานั่นเอง ซึ่งจะผันแปรไปตามวัยที่มากขึ้น อย่างเช่น จากที่เคยเป็นคนขลาดกลัวก็กลายเป็นคนที่กล้าบ้าบิ่นได้ ก็เหมือนกับอารมณ์เซ็กซ์ที่มีขึ้นมีลง และเกิดการเปลี่ยนแปลงได้เสมอและสิ่งที่น่าอัศจรรย์ก็คือ “ เซ็กซ์จะดีเยี่ยมแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับวัยด้วย “

       20+     

         สาวน้อยวัยรุ่นส่วนมากยังมีความฝัน ความหวังและต้องการความสุขสมหวังในชีวิตแต่เมื่อถึงวัย 20 ชีวิตก็เริ่มเปลี่ยนไป คือเริ่มมีความมั่นใจมากขึ้นเพราะมีประสบการณ์ส่วนตัวมาบ้างแล้วและในช่วง วัยนี้ก็เป็นช่วงวัยที่กำลังสั่งสมประสบการณ์ (รัก) เท่าที่จะเป็นไปได้ ไม่ว่าจะเป็นรักที่เร่าร้อนหรือความกล้าที่จะแสดงออกถึงความรักต่อ เพศตรง ข้าม แต่บางครั้งก็มีความสับสนยุ่งเหยิงกับความคิดของตัวเองแล้วก็จะค่อยๆ มีสติสัมปชัญญะขึ้นและก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่สาวๆ ในวััยนี้จะชอบมีกุ๊กกิ๊กกับหนุ่มๆ ในยามว่างโดยที่ความสัมพันธ์ยังไม่จำเป็นต้องลึกซึ้งถึงขั้นขึ้นเตียงด้วย กัน

          ทั้งนี้ ความปรารถนาที่แท้จริงในเรื่องของเซ็กซ์ของสาววัยต้นๆ 20 นั้นยังไม่ชัดเจน เพราะพวกเธอมัวแต่ยุ่งอยู่กับการค้นหาความอัศจรรย์ของร่างกายตัวเองและแฟน หนุ่ม และมักมีคำถามที่ขาดความมั่นใจในตัวเองว่า “ฉันมีเสน่ห์มั้ย ฉันทำทุกอย่างถูกต้องมั้ย เขาเห็นว่าฉันดีพอสำหรับเขามั้ยนะ” นอกจากนี้เซ็กซ์ของสาวในวัยนี้ก็ค่อนข้างร้อนแรง แต่ไม่ค่อยถึงจุดสุดยอดเท่าไหร่ แม้ว่าจะเป็นวัยที่มีเซ็กซ์บ่อยแต่ก็เป็นเซ็กซ์ที่ยังไม่ต้องใจ เพราะเป็นช่วงวัยที่ค้นหาความต้องการของตัวเองและความต้องการของร่างกายด้วย

      30+   

        เมื่อมาถึงวัยนี้ ผู้หญิงมีความเชื่อมั่นมากกว่าเดิมอันเนื่องมาจากประสบการณ์อาโนเนะที่ผ่านๆ มา จึงเริ่มรู้อะไรๆ มากขึ้น เป็นวัยที่พัฒนาการไปสู่ความมีเสน่ห์ของตัวเอง ความหวาดกลัวเริ่มน้อยลง ไม่ลังเลเหมือนเมื่อก่อน มีอารมณ์และจินตนาการสำหรับความสนุกสนานมากขึ้น

        นอกจากนี้ ผู้หญิงในวัยนี้ส่วนมากจะมีความต้องการเซ็กซ์มากที่สุด คือมีความอยากรู้อยากเห็นและชอบทดลองว่าเซ็กซ์แบบไหนจะให้ความสุขสนุกสนาน ไม่ใช่เป็นคนไม่มีรสนิยมแต่เกิดจากความอยากลองมากกว่าและผู้หญิงในวัยนี้ แหละที่มีแนวโน้มจะคบชู้สู่ชาย นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังค้นพบว่าผู้หญิงในวัย 30+ มักประสบความสำเร็จกับการถึงจุดสุดยอดจากการร่วมเพศ แต่ถึงอย่างไรผู้หญิงในวัยนี้ก็ยังมีความสุขสงบและมีความรับผิดชอบต่อครอบ ครัวและการงานแม้เธอจะยุ่งเหยิงกับความรับผิดชอบต่างๆ แต่ตกกลางคืนเธอก็สามารถที่จะกุ๊กกิ๊กบนเตียงกับสามีได้

        ฉะนั้นชายหนุ่มน้อยหนุ่มมากที่คิดว่าสาววัยเอ๊าะเท่านั้นถึงจะสนุกสุดเหวี่ยงบนเตียงด้วยได้ก็เปลี่ยนความคิดเสียใหม่

        ผู้หญิงในวัยนี้มีสมรรถภาพสูงสุดทางร่างกายและจิตใจ เธอจึงได้เปรียบในเรื่องของประสบการณ์ และพวกเธอก็รู้ว่าจะหาความสุขกับเซ็กซ์อย่างไรและจะยั่วยวนผู้ชายอย่างไร พวกเธอไม่ต้องพิสูจน์อีโรติกของตัวเองเพราะมีคติว่า “น้อยๆ แต่คุณภาพคับแก้ว” พวกเธอเรียนรู้การใช้มือ ปาก คำพูด และการกระทำ

         ผู้หญิงในช่วงวัยนี้มีความมั่นใจที่จะเสพสุขทางเพศ พวกเธอค้นพบว่าการมีเซ็กซ์แบบรวดเร็วก็ให้ความตื่นเต้นดีพอๆ กับบทรักที่ยาวนาน นุ่มนวล และอบอุ่น พวกเธอเพิ่งรู้ว่าเซ็กซ์ที่สวยงามไม่จำเป็นต้องเป็นเซ็กซ์ที่เพอร์เฟ็กต์ การมีเซ็กซ์ด้วยสติสัมปชัญญะนั้นมีเสน่ห์กว่าการมีเซ็กซ์กับหนุ่มหล่อมาดแมน ที่เอาแต่ใจตัวเอง แล้วคุณจะเห็นว่า ยิ่งอายุมากเท่าไหร่ เซ็กซ์ยิ่งมีคุณภาพมากเท่านั้น

15
Health / ล้างพิษกันบ้างเป็นไร
« เมื่อ: มิถุนายน 04, 2011, 09:41:39 AM »
คุณเคยบ้างไหม...รู้สึกเหนื่อยล้าเป็นระยะเวลายาวนานจนรู้สึกว่า เอ๊ะ ทำไม ตัวฉันถึงไร้พลังกายพลังใจขนาดนี้ แล้วยังไม่สามารถรวบรวมสมาธิทำงานได้นาน ๆ ซึมเศร้าขาดชีวิตชีวา มีปัญหาผิวหนัง ปวดหัว หรือเป็นไข้บ่อย ๆ

   ชวนกันไปล้างพิษ 

         อาจเป็นไปได้ว่า ร่างกายของคุณกำลังทุกข์ระทมเพราะสะสมพิษไว้ในตัวมากเกินไปแล้ว ใครไม่มีพิษสะสมไว้คงไม่ใช่คนร่วมสมัย เพราะทุกวันนี้การใช้ชีวิตของเรา

         อากาศที่เราหายใจ หรืออาหารที่เรากินเข้าไป ล้วนแล้วแต่เป็นตัวการสำคัญในการสะสมทั้งนั้น ซึ่งเราจะต่อต้านมันได้ด้วยการขจัดพิษเพื่อให้ร่างกายสะอาด สดชื่น มีพลังเพิ่มขึ้นและช่วยให้ระบบอิมมูนซิสเต็ม ทำหน้าที่ปกป้องคุ้มครองร่างกายเราได้เต็มประสิทธิภาพ

         ถ้าระบบการดูแลและขจัดพิษ และของเสียออกจากร่างกายทำงานได้ไม่เต็มที่ ของเสียที่ยังตกค้าจะไหลเวียนกลับไปในกระแสเลือด ทั่วร่างกาย แล้วก่อตัวอยู่บริเวณอวัยวะที่อ่อนแอที่สุด

         เราจะสังเกตอาการต่าง ๆว่ามีพิษไปสะสมอยู่แถวไหนบ้าง ถ้าเป็นบริเวณลำไส้ใหญ่ และลำไส้เล็ก มักจะท้องผูก ท้องอืด ท้องเสีย บ่อย ๆ ซึ่งเป็นเพราะเรากินอาหารที่ไม่ค่อยมีประโยชน์ ไม่ถูกส่วน มีความเครียด ใช้ยาพวกแอนตี้ไบโอติกบ่อย จิบน้ำสีอำพันเป็นประจำ หรือดื่มน้ำน้อยไป อาหารที่จะช่วยได้ คือผักใบเขียวที่มีคลอโรฟีลล์มาก ๆ หรือนมเปรี้ยวที่มีแล็กโตบาซิลลัส

         ถ้ามีปัญหาผิวหนังต่าง ๆ เป็นผื่นแพ้บ่อย ๆ ลิ้นขม ปวดศีรษะ อารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ เหนื่อยล้า นั่นแสดงว่าตับกับไตทำงานหนักเกินไปแล้ว เพราะกรองของเสียเก็บไว้เยอะ องุ่นจะช่วยทำความสะอาดตับไตและผิวหนังได้

         พิษที่สะสมในระบบทางเดินหายใจ จะทำให้เป็นหวัดบ่อย ๆ ไอ เจ็บคอ ต่อมทอนซิลอักเสบ มีเซลลูไลท์ ขาดน้ำ มีปัญหาเรื่องผิวหนัง กระเทียม และวิตามินซีจะช่วยดูแลระบบทางเดินหายใจของเรา

   ขจัดพิษกันเถอะ 

        การล้างพิษในร่างกาย มีวิธีการต่าง ๆ เช่นสวนล้างลำไส้ด้วยกาแฟ หรือการอดอาหาร และการเลือกกินอาหาร รวมทั้งการปฏิบัติตัวเพื่อการล้างพิษ

        คุณกิตติกูล เสารัมณี ผู้ประสบกับโรคมะเร็งตับที่ศึกษาค้นคว้าด้าน แม็กโครไบโอติก มีประสบการณ์ในการล้างพิษภายในร่างกายหลายขนานมาแล้ว พูดถึงการล้างพิษว่า

        "สำหรับ คนที่เป็นโรคอย่างผม ผมอดอาหาร หรือดื่มน้ำผัก น้ำผลไม้ 2-3 วัน เช่นดื่มน้ำอ้อยผสมน้ำมะนาว หรือสวนด้วยกาแฟ คนทั่ว ๆ ไปไม่จำเป็นต้องดีทอกซ์ (detox) แบบ สวนกาแฟที่กำลังแพร่หลายกัน เพราะบางคนอาจแพ้กาแฟ หรือไม่มีความรู้จริงเรื่องการทำ การดูแลความสะอาด ปริมาณของกาแฟที่ใช้หรือ ถ้าน้ำกาแฟไม่อยู่ในลำไส้นานถึง 10 นาที ก็เท่ากับเป็นการสวนอุจจาระเฉย ๆ ต้องคำนึงถึงรายละเอียดพอสมควรและลำไส้บางคนอาจเป็นแผล คนที่จะทำได้ต้องไม่มีโรคหัวใจ ความดันโลหิต หรือไต

        "ผมขอแนะนำว่า กินอาหารที่มีประโยชน์ เช่นข้าวกล้อง ข้าวมันปู ธัญพืช ผัก เต้าหู้ 10 วัน พยายามลดเนื้อสัตว์ นม ไข่ กะทิ ของหวาน ร่างกายเราจะได้อาหารที่บริสุทธิ์ไปสร้างเม็ดเลือดที่บริสุทธิ์ 10 วันที่ถ่ายออกไปก็เท่ากับขับพิษหรือของเสียออกไป"

        เราขอแนะนำวิธีง่าย ๆ ในการลงมือทำในเวลา 1 เดือน ซึ่งไม่ใช่หลักสูตรเคร่งครัดมากจนยากเกินจะลองทำ เพื่อเรียกสุขภาพดี ๆ และพลังกลับคืนมา ค่อยเป็นค่อยไปในวันแรก ๆ ไม่ต้องทำเต็มสูตร เพื่อค่อย ๆ ปรับตัวและปรับใจก่อน โดยเริ่มจาก...

   เลือกอาหารธรรมชาติ 

        เลี่ยงอาหารที่ผ่านกระบวนการมาก ๆ เนื้อสัตว์สีแดง เหล้าเบียร์ ผลิตภัณฑ์จากนม น้ำตาล น้ำผึ้ง ชา กาแฟ อาหารกระป๋อง ที่แพ็กมาเป็นห่อ ๆ ฟาสต์ฟู้ด หรือวางอยู่บนชั้นนานแล้ว พวกซอสมะเขือเทศ มายองเนส ลดอาหารพวกไข่ ไก่ ผลไม้ น้ำสลัด และน้ำส้มสายชู ข้าวขัดขาว

        กินผักดิบสด ๆ ดีกว่า เพราะจะช่วยให้เซลล์ต่าง ๆ ทำงานได้ดี โดยเฉพาะผักที่มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ เช่น แคร็อต มะเขือเทศ บีทรูท รวมทั้งผักใบเขียวต่าง ๆ กินเต้าหู้และนมถั่วเหลือง ปรุงรสชาติและกลิ่นอาหารด้วยกระเทียม ขิง สมุนไพรต่าง ๆ หันมากินเนื้อปลา โดยเฉพาะพวกปลาน้ำลึก ข้าวหรือพวกแป้งไม่ขัดขาว เช่นข้าวกล้อง ข้าวฟ่าง ข้าวสาลี มันฝรั่ง ลูกเดือย เปลี่ยนเมนูให้หลากหลายเพื่อจะได้ไม่ต้องกินอาหารเดิมๆอยู่ทุกวี่วัน ถ้านึกอยากกินสลัดผักสักจาน ทำเองที่บ้านน่าจะดีกว่า เพราะเราเลือกได้ว่าจะซื้อผักปลอดสารพิษมาทำ ล้างสะอาดแค่ไหนก็รู้ด้วยตัวเอง

   เพิ่มน้ำ 

        ร่างกายต้องการน้ำด้วย อย่าลืม ถ้ามีน้ำน้อยเกินไป ก็จะไปขอน้ำจากลำไส้มาใช้ ซึ่งทำให้ของเสียที่อยู่ในล้ำไส้แห้งลงไป กระบวนการขับถ่ายออกจากร่างกายช้าลงสารพิษก็จะถูกดูดซึมกลับสู่ร่างกายอีก

        กระตุ้นระบบทางเดินอาหาร ด้วยการเริ่มจากน้ำอุ่น ๆ ในตอนเช้า อาจจะเป็นน้ำผลไม้เช่นน้ำมะนาว ช่วงกลางวันดื่มน้ำอุณหภูมิปกติให้ได้ 6-8 แก้ว เปลี่ยนจากชากาแฟ เป็นชาสมุนไพรแทน

        ทำน้ำผักน้ำผลไม้ดื่มเอง น้ำมะเขือเทศมีวิตามินซีสูง น้ำบีทรูท แคร็อต และเซเลอรี่ เป็นน้ำผักที่บำรุงตับ ถ้ารสชาติไม่เอาไหนเติมน้ำสับปะรด หรือน้ำผลไม้อื่นๆเพื่อปรุงรสสักนิด ไม่ควรเติมน้ำผลไม้รสหวานมากไป หรือดื่มน้ำผลไม้มากกว่าวันละ 1 แก้ว เพราะว่ามีน้ำตาลผสมอยู่เยอะ ดื่มน้อยๆดีกว่า

   ออกกำลังกายบ้าง 

         การได้เคลื่อนไหวร่างกาย เท่ากับช่วยการไหลเวียนของเลือดให้เลือดขนส่งออกซิเจนและสารอาหารที่มีคุณค่าได้ดีขึ้น และการทำงานของระบบหายใจก็จะดีขึ้นด้วย

         เลือกเดินหรือจ๊อกกิ้ง ขี่จักรยาน แอโรบิก โยคะ ใช้เวลาราวครึ่งชั่วโมงหรือ 45 นาทีต่อวัน อาทิตย์ละ 3-5 วัน

   หัดหายใจ 

          เชื่อไหมว่าเรายังหายใจกันไม่ค่อยถูกต้อง หัดหายใจใหม่ ถ้ายังหายใจตื้น ๆ สั้น ๆ อยู่ พยายามหายใจให้ยาวขึ้น และหายใจช้าๆ นับ 1 ถึง 4 ในการหายใจเข้าออก 1 ครั้ง การหายใจเข้าลึกๆทำให้เราสูดเอาออกซิเจนเข้าไปได้เต็มที่ และหายใจออกยาว ๆ ก็จะช่วยการขับคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากขึ้น

   ขัดผิวผ่อง 

          การขัดผิวนอกจากเพื่อบำรุงบำเรอความงามแล้ว ยังช่วยปรับการไหลเวียนและช่วยยักย้ายถ่ายเทพิษที่สะสมไว้ในเนื้อเยื่อ สู่กระแสเลือด เพื่อขับถ่ายออกไป ใช้แปรงด้ามยาวที่ทำจากเส้นใยธรรมชาติ ขัดผิวสัก 5 นาทีก่อนอาบน้ำ หรือนานกว่านั้นเล็กน้อยก็ได้

         เริ่มจากการขัดเท้า น่อง ไปสู่ต้นขา ขัดเหนือสะโพก และขึ้นไปกลางหลัง ไล่ไปที่ต้นแขน ไปที่ไหล่ ลงไปที่อก ตรงไปสู่หัวใจ และขัดจากหลังคอลงมา สุดท้ายก็ขัดวนเป็นวงตามเข็มนาฬิกาแถว ๆ ท้อง เพื่อกระตุ้นการทำงานของลำไส้

   ล้างใจให้สะอาด 

        แม้จะไม่เคยมีใจเป็นแม่พระมาก่อน ก็ต้องลองดู เพราะอารมณ์ที่ไม่เบิกบาน ความโกรธ เสียใจ เครียด เศร้าซึม จะทำให้ร่างกายเราหลั่งสารที่มาทำร้ายตัวเราเองมากเกินไป ในระหว่างกระบวนการขจัดพิษ พยายามละลายอารมณ์เสีย ๆ เหล่านี้ทิ้งไปแล้ว

        เปลี่ยนวิธีคิดสร้างสิ่งดี ๆ ให้เกิดกับจิตใจ เช่นหัดช่วยเหลือคนอื่น ให้อภัย ยอมแพ้ ลองมองโลกในแง่ดี

        อาบน้ำอาบท่าเสร็จ ก่อนนอนทำใจให้สบายหรือนั่งทำสมาธิ ไม่เก็บเรื่องรกใจไปนอนด้วย ถ้าหัดล้างใจไว้จะช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้น ใจไม่ต้องแบกภาระที่หนักอึ้งเกินไป

        ปล่อยวางบ้าง ให้คนอื่นเขาไปแบกบ้าง จิตใจจะได้เบาสบาย

        หายใจลึก ๆ จังหวะยาว ๆ คิดถึงสิ่งดี ๆ ของตัวเอง ตื่นเช้ากว่าเดิมสักครึ่งชั่วโมง

        ในวันที่ไม่เร่งรีบ หามุมสงบ ๆ ที่สามารถอยู่นิ่ง ๆ สบาย ๆ

        ทอดสายตามองทัศนียภาพอันน่ารื่นรมย์สักวันละ 15 นาที

   อาการระหว่างล้างพิษ 

        อย่าตกใจถ้ามีอาการเหล่านี้ เช่น ปวดศีรษะ มีเม็ดสิวขึ้น มีผื่นที่ผิวหนัง ปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อ หงุดหงิด อ่อนเพลีย อารมณ์แปรปรวน เหนื่อยล้า ท้องอืด กลิ่นตัวและลมหายใจไม่สะอาด อาการเหล่านี้เกิดขึ้นเพราะร่างกายกำลังกำจัดของเสียต่าง ๆ ออกไป

        อยู่ปกติแล้วอาการจะเป็นราว ๆ 3 สัปดาห์แล้วค่อย ๆ หายไป

        เหนื่อยอ่อนล้าเพราะทำงานหนัก หรือกำลังอยู่ในช่วงเครียดจัดเกินไป ไม่สบาย

        เพิ่งหายไข้หายหวัด หรือมีอาการเจ็บป่วยเรื้อรัง โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับตับ ไต

        โรคเบาหวาน ตั้งครรภ์หรืออยู่ในระหว่างการให้นม หรืออยู่ในระหว่างการกินยารักษาโรคอยู่

        ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อน

    ข้อควรระวัง   

        ถ้าใช้ช่วงเวลาในการขจัดพิษนานเกินไป ก็จะทำให้ร่างกายขาดน้ำ

        การดื่มน้ำผักน้ำผลไม้ปริมาณมาก ๆ อาจจะทำให้ถ่ายท้องมากเกินไป

        ถ้าร่างกายได้รับวิตามินซีมากเกินไป จะไปทำร้ายไตได้ นอกจากนี้ยังไปช่วยกระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระมากขึ้นไปอีก

        อย่าวิตกกังวลเกินเหตุว่า ร่างกายเราได้รับพิษอันมหาศาล หรือเคร่งเครียด เอาเป็นเอาตายกับการขจัดพิษมากเกินไป เพราะแทนที่ผลออกมาจะสบาย กลับให้ผลตรงกันข้าม ถ้ารู้ตัวว่าเป็นคนซีเรียส ท่องไว้เบา ๆ ว่า..."อย่าซีเรียส"

        ถ้าสามารถจัดสรรเวลาให้ตัวเองอยู่ในกระบวนการขจัดพิษใน 1 เดือน แล้วจะรู้สึกว่าร่างกายสดชื่นขึ้น ผิวหนังสะอาดขึ้น ดวงตาสดใส ท้องผูกน้อยลง น้ำหนักลด อารมณ์มั่นคงขึ้น และลดระดับความวิตกกังวลไปได้ดีเชียวค่ะ ลองดู

หน้า: [1] 2 3 ... 49